VN-Index เข้าสู่ช่วง "พิสูจน์ฝีมือ" เดือนกรกฎาคม 2026: ฤดูงบไตรมาส 2 จะกำหนดทิศทางกระแสเงิน
สัปดาห์ซื้อขาย 6–12 ก.ค. ถือเป็นจุดหัวเลี้ยวหัวต่อ เมื่อฤดูประกาศผลประกอบการไตรมาส 2/2026 เริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการ ดัชนี VN-Index แกว่งตัวในกรอบ 1,840–1,890 จุด ขณะที่เม็ดเงินก้อนใหญ่ยังรอดูอยู่นอกตลาด คำถามสำคัญที่สุดในเวลานี้คือ การปรับขึ้นของราคาหุ้นที่ผ่านมามีกำไรจริงของบริษัทรองรับหรือไม่
ภาพรวม: ดัชนีสะสมกำลัง สภาพคล่องรอปัจจัยกระตุ้น
ในการปิดตลาดล่าสุด VN-Index ปรับลงมาอยู่ที่ราว 1,843.5 จุด ส่วน HNX-Index ลดลงแรงกว่ามาอยู่ที่ 296.51 จุด ความเคลื่อนไหวนี้สะท้อนว่าความระมัดระวังกำลังครอบงำตลาดหลังจากช่วงครึ่งปีแรกที่ผันผวน ในเชิงเทคนิค ดัชนียังรักษาระดับเหนือแนวรับสำคัญและก่อตัวเป็นฐานราคาบริเวณ 1,860 จุด แนวโน้มขาขึ้นระยะสั้นยังไม่ถูกทำลาย แต่ตลาดขาดปัจจัยกระตุ้นที่แรงพอจะทะลุกรอบ
สถานการณ์พื้นฐานที่บริษัทหลักทรัพย์หลายแห่งเห็นตรงกันคือ VN-Index จะยังแตกตัวรุนแรงในกรอบ 1,840–1,890 จุด จนกว่าภาพกำไรไตรมาส 2 จะค่อย ๆ ชัดเจนขึ้น จุดนี้แตกต่างจากรอบขาขึ้นก่อนหน้าอย่างสิ้นเชิง กระแสเงินไม่กระจายทั่วอีกต่อไป แต่เลือกลงทุนตามเรื่องราวพื้นฐานของแต่ละหุ้น
เหตุใดฤดูงบไตรมาส 2 จึงเป็น "บททดสอบ" ที่สำคัญที่สุด?
นักวิเคราะห์มองว่า ความสามารถในการแปลงสัญญาณมหภาคเชิงบวกให้กลายเป็นการเติบโตของกำไรบริษัท จะเป็นตัวกำหนดทิศทางกระแสเงินในเดือนกรกฎาคม กล่าวอีกนัยหนึ่ง ช่วงเวลานี้ไม่ใช่ยุค "ซื้ออะไรก็กำไร" อีกต่อไป แต่เป็นเกมของบริษัทที่มีพื้นฐานมั่นคง ผลประกอบการดีขึ้นอย่างแท้จริง และมูลค่ายังน่าสนใจ
หลังจากราคาหุ้นปรับขึ้นมากตั้งแต่ต้นปี นักลงทุนต้องการตัวเลขกำไรที่เป็นรูปธรรมมารองรับมูลค่าปัจจุบัน หากกำไรไตรมาส 2 ยืนยันการฟื้นตัว ตลาดก็มีเหตุผลที่จะขยายกรอบราคาขึ้น ในทางกลับกัน หุ้นที่ "วิ่งนำ" ไปก่อนแต่กำไรตามไม่ทัน จะเผชิญแรงกดดันให้ปรับฐาน
ภาพการแตกตัว: ใครเร่งเครื่อง ใครเผชิญแรงกดดัน?
การคาดการณ์เบื้องต้นชี้ว่า กำไรไตรมาส 2/2026 จะแตกตัวชัดเจนระหว่างกลุ่มอุตสาหกรรม:
กลุ่มที่คาดว่าจะเร่งเครื่อง
ธนาคารและบริการทางการเงิน ยังทำหน้าที่เป็นเสาหลัก เมื่อแรงกดดันปรับฐานปรากฏในกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ขนาดใหญ่ กระแสเงินจะย้ายเข้าธนาคารอย่างรวดเร็วเพื่อพยุงจังหวะดัชนี VNDirect ยังคงมุมมองบวกต่อกลุ่มนี้ โดยเห็นว่าแรงกดดันด้านสภาพคล่องของระบบกำลังลดลง ขณะที่คุณภาพสินทรัพย์ที่ดีขึ้นจะหนุนกำไรในครึ่งปีหลัง
เหล็ก ค้าปลีก–อุปโภคบริโภค และน้ำมันก๊าซ ถูกหลายสถาบันมองว่าเป็นผู้นำตลาด กลุ่มเหล็กได้อานิสงส์จากความต้องการก่อสร้างและราคาที่มีเสถียรภาพ ค้าปลีก–อุปโภคบริโภคฟื้นตามกำลังซื้อในประเทศ ส่วนน้ำมันก๊าซเร่งตัวจากระดับราคาและกิจกรรมต้นน้ำ
กลุ่มที่เผชิญแรงกดดัน
อสังหาริมทรัพย์ ยังเผชิญโจทย์กระแสเงินสดและปัญหากฎหมายของโครงการ ทำให้กำไรยากจะทะลุในระยะสั้น ที่น่าสังเกตคือ แม้แต่กลุ่มหลักทรัพย์ ซึ่งอ่อนไหวต่อสภาพคล่อง ก็ถูกเตือนว่าจะเผชิญแรงกดดันหากมูลค่าการซื้อขายยังไม่ดีขึ้นชัดเจน อย่างไรก็ตาม ในระยะกลาง VNDirect ยังคาดว่าสภาพคล่องตลาดที่เพิ่มขึ้นและยอดสินเชื่อมาร์จิ้นที่ขยายตัวจะเป็นแรงหนุนต่อธุรกิจนายหน้าและสินเชื่อมาร์จิ้น
มุมมองนักลงทุนต่างชาติและการประเมินมูลค่า
แรงขายสุทธิของนักลงทุนต่างชาติยังเป็นปัจจัยที่ต้องจับตา โดยเงินทุนต่างชาติไหลออกสุทธิหลายหมื่นพันล้านดองในครึ่งปีแรก อย่างไรก็ดี บางสถาบันมองข้ามการปรับฐานระยะสั้น VNDirect วางสถานการณ์พื้นฐานโดยตั้งเป้า VN-Index แตะราว 2,014 จุดภายในสิ้นปี 2026 คิดเป็นการเพิ่มขึ้นเกือบ 12.8% จากปัจจุบัน อิงจาก P/E เป้าหมาย 13.5 เท่า ซึ่งเป็นมูลค่าที่ไม่แพงนักเมื่อเทียบกับอดีต แต่การจะไปถึงจุดนั้น ตลาดต้องการการเติบโตของกำไรบริษัทตามที่คาด
เดือนกรกฎาคม นักลงทุนควรให้ความสำคัญกับอะไร?
ประการแรก ติดตามกำหนดการประกาศงบของบริษัทชั้นนำในแต่ละอุตสาหกรรม เพื่ออ่านทิศทางกระแสเงินแต่เนิ่น ๆ ประการที่สอง เลือกหุ้นที่ผลประกอบการยืนยันการเติบโต แทนการซื้อตามความคาดหวังโดยรวม ประการที่สาม บริหารความเสี่ยงอย่างเข้มงวดที่แนวต้าน 1,880–1,890 จุด ซึ่งแรงขายทำกำไรอาจเพิ่มขึ้น ในตลาดที่แตกตัว วินัยและการคัดเลือกสำคัญกว่าการ "เดายอด–เดาก้น" ของดัชนี
บทสรุป
เดือนกรกฎาคม 2026 เป็นช่วง "พิสูจน์ฝีมือ" ที่แท้จริงของ VN-Index ดัชนีจะไม่เคลื่อนไปในทิศทางเดียว แต่จะแตกตัวตามคุณภาพกำไรของแต่ละกลุ่ม ธนาคาร เหล็ก ค้าปลีก และน้ำมันก๊าซถูกคาดหวังให้เป็นผู้นำ ขณะที่อสังหาริมทรัพย์และหลักทรัพย์ต้องการหลักฐานการฟื้นตัวเพิ่มเติม สำหรับนักลงทุน นี่คือเวลาที่ควรกลับสู่หลักการพื้นฐาน ซื้อบริษัทที่ดีในราคาที่เหมาะสม แทนการวิ่งตามคลื่นของตลาด
⚠️ ข้อสงวนสิทธิ์: ข้อมูลทั้งหมดในบทความนี้มีไว้เพื่อการอ้างอิงเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำในการลงทุน นักลงทุนควรประเมินความเสี่ยงด้วยตนเองและรับผิดชอบต่อการตัดสินใจของตน
แหล่งอ้างอิง: Vietnam Financial Times, Vietstock, Vietbao, Thuong Truong, Investing.com Vietnam, EBC Financial Group