VN-Index พุ่ง 46.7 จุดแตะ 1,738.67: กลุ่ม Vingroup ขึ้นสูงสุดจำกัด (ซิลลิ่ง) ดันดัชนีเกือบ 34 จุด ต่างชาติกลับมาซื้อสุทธิ TCB ดึงเม็ดเงินมากสุด
หลังการแกว่งตัวต่อเนื่องบริเวณ 1,690 จุดและการหลุดแนวจิตวิทยา 1,700 จุด การซื้อขายวันที่ 21 ตุลาคม 2026 กลับเกิดการดีดตัวขึ้นอย่างแรงเกินคาด VN-Index เพิ่มขึ้น 46.70 จุด (+2.76%) ปิดที่ 1,738.67 จุด กลับมายืนเหนือ 1,700 จุดได้ และเป็นการเพิ่มขึ้นของจำนวนจุดมากที่สุดนับตั้งแต่เซสชัน 8 เมษายน ซึ่งดัชนีเพิ่มขึ้น 79 จุด แรงขับเคลื่อนมาจากกลุ่มอสังหาริมทรัพย์เกือบทั้งหมด โดยเฉพาะระบบนิเวศ Vingroup ขณะที่นักลงทุนต่างชาติกลับมาซื้อสุทธิเป็นครั้งแรกหลังขายสุทธิต่อเนื่องยาวนาน
ตัวเลขสำคัญของเซสชัน 21 ต.ค.
| ตัวชี้วัด | ตัวเลข |
|---|---|
| VN-Index | 1,738.67 จุด +46.70 (+2.76%) |
| HNX-Index | 261.67 จุด +3.71 (+1.44%) |
| จำนวนหุ้นขึ้น/ลงทั้งตลาด | ขึ้น 492 ตัว ลง 235 ตัว; ในตะกร้า VN30 ขึ้น 25 ตัว ลง 1 ตัว |
| มูลค่าซื้อขายตลาด HOSE | ประมาณ 17,000 พันล้านด่อง (ที่จับคู่) ตาม Vietstock; ประมาณ 20,300 พันล้านด่อง ตาม VietnamPlus (เกณฑ์การนับต่างกัน) |
| กลุ่มอสังหาริมทรัพย์ | เพิ่มขึ้น 6.13% |
| กลุ่มพลังงาน | ลดลง 1.39% |
ดัชนีเปิดที่ 1,699 จุด ปรับขึ้นต่อเนื่องในภาคเช้า (ช่วงพักเที่ยงเคยเพิ่มขึ้นกว่า 36 จุด) และคงแรงบวกจนปิดตลาดภาคบ่าย มูลค่าซื้อขายภาคเช้าเกือบเป็นสองเท่าของเซสชันก่อนหน้า สะท้อนว่าเป็นแรงซื้อจริง ไม่ใช่เพียงการรีบาวด์เชิงเทคนิคบนปริมาณเบาบาง
Vingroup ดันดัชนีเกือบ 34 จุด
VIC, VHM และ VRE ปิดที่ราคาซิลลิ่ง ส่วน VPL เพิ่มขึ้นราว 3.7% ตามรายงานตลาด หุ้นในระบบนิเวศ Vingroup 4 ตัว (แต่ละแหล่งข่าวนับต่างกันเล็กน้อย โดยรายชื่อของ Vietstock รวม LPB ด้วย) ช่วยดันดัชนีรวมประมาณ 34 จุด หรือมากกว่า 70% ของการเพิ่มขึ้นทั้งหมด แรงซื้อลามไปยังหุ้นอสังหาฯ อื่น: DXS, NLG, HDC ขึ้นซิลลิ่ง ขณะที่ DIG, PDR, CEO, KDH, CII, DXG เพิ่มขึ้นราว 3–6% กลุ่มที่เกี่ยวข้องกับ Gelex ก็คึกคัก โดย GEE และ VSC ขึ้นซิลลิ่ง GEX เพิ่มขึ้นประมาณ 4.8%
ในทางกลับกัน กลุ่มน้ำมันและก๊าซเป็นแรงกดดัน: BSR ลดลงราว 2% PVT ลดลงเกือบ 5% PVP ลดลงเกือบ 7% รวมถึง BVH และ PNJ ที่ถ่วงดัชนี แต่ผลกระทบไม่มากเมื่อเทียบกับแรงดันขึ้น
ต่างชาติกลับมาซื้อสุทธิ โดย TCB ยังนำ
จุดที่น่าสนใจที่สุดด้านกระแสเงินทุนคือการที่ต่างชาติเปลี่ยนเป็นซื้อสุทธิหลังขายสุทธิต่อเนื่องเป็นเวลานาน ตัวเลขต่างกันตามขอบเขตการนับ: ประมาณ 122 พันล้านด่อง (Vietstock, ที่จับคู่) ราว 190 พันล้านด่องใน HOSE และประมาณ 160 พันล้านด่องทั้งตลาด (VietnamPlus) จำนวนวันที่ขายสุทธิต่อเนื่องก่อนหน้าก็รายงานต่างกัน (13 หรือ 20 เซสชัน) ดังนั้นควรมองเป็นสัญญาณการเปลี่ยนทิศทาง ไม่ใช่หลักฐานเรื่องขนาด
- ซื้อสุทธิมากสุด: TCB ประมาณ 256–290 พันล้านด่อง (เป็นอันดับหนึ่งสองเซสชันติดต่อกัน รวมสี่เซสชันประมาณ 687 พันล้านด่อง) MSN ประมาณ 145 พันล้านด่อง VIC ประมาณ 89 พันล้านด่อง ตามด้วย VIB
- ขายสุทธิมากสุด: FPT ประมาณ 173 พันล้านด่อง VCB ประมาณ 106 พันล้านด่อง ACB ประมาณ 103 พันล้านด่อง
- การลงทุนเพื่อบริษัท (Proprietary): ขายสุทธิประมาณ 146 พันล้านด่องใน HOSE แต่สะสม VJC หนัก (ประมาณ 286 พันล้านด่อง) และ VPB (ประมาณ 148 พันล้านด่อง) พร้อมขาย VCB, KBC, HPG
ตามการคำนวณของ Vietstock หากไม่นับ TCB ต่างชาติยังคงขายสุทธิในส่วนที่เหลือของตลาด หมายความว่าเงินที่ไหลกลับมายังเลือกสรรอยู่
อ่านเซสชันขาขึ้นนี้อย่างไร
ประการแรก เป็นการขึ้นที่นำโดยหุ้นมูลค่าตลาดใหญ่: เมื่อกลุ่มหุ้นน้ำหนักมากขึ้นซิลลิ่งพร้อมกัน ดัชนีขึ้นได้เร็วแม้ความกว้างตลาดเพียงอยู่ในเกณฑ์ดี (ขึ้น 492 ลง 235) ประการที่สอง มูลค่าซื้อขายที่เพิ่มขึ้นชัดเจนทำให้การดีดตัวมีน้ำหนักขึ้น แต่ยังต้องรอเซสชันถัดไปยืนยันว่าเงินไม่ได้กระจุกในกลุ่มเดียว ประการที่สาม หุ้นธนาคารและเทคโนโลยีขนาดใหญ่อย่าง VCB, ACB, FPT ยังถูกต่างชาติขายสุทธิ แสดงว่าเงินต่างชาติยังไม่ไหลกลับพร้อมกันทั้งหมด
ในเชิงเทคนิค การกลับมายืนเหนือ 1,700 จุดด้วยแท่งเทียนขาขึ้นแรงพร้อมปริมาณสูงเป็นสัญญาณบวกระยะสั้น แต่โซน 1,740–1,760 จะเป็นบททดสอบ เพราะเป็นบริเวณที่ดัชนีเคยเผชิญแรงขายในเซสชันก่อนหน้า มุมมองของบริษัทหลักทรัพย์บางแห่งในเช้าวันที่ 22 ต.ค. คาดการณ์ว่าจะรีบาวด์ต่อ แต่เป็นเพียงการคาดการณ์ ซึ่งอาจคลาดเคลื่อนได้
สิ่งที่นักลงทุนควรติดตาม
- มูลค่าซื้อขายในเซสชันถัดไปจะรักษาระดับราว 17,000–20,000 พันล้านด่องได้หรือไม่
- ต่างชาติจะซื้อสุทธิต่อเนื่องและขยายออกนอก TCB, MSN, VIC หรือไม่
- กลุ่ม Vingroup จะรักษาราคาได้หลังขึ้นซิลลิ่งต่อเนื่องหรือไม่ และเงินจะลามไปธนาคารและหลักทรัพย์ หรือหยุดอยู่ที่อสังหาริมทรัพย์
- กลุ่มน้ำมันและก๊าซที่ลดลงแรงในเซสชันนี้จะยังเป็นแรงกดดันต่อหรือไม่
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: บทความนี้มีไว้เพื่อให้ข้อมูลและการวิเคราะห์เท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุนหรือคำแนะนำให้ซื้อ/ขายหุ้นใด ๆ ข้อมูลรวบรวมจากสื่อการเงินวันที่ 21–22 ต.ค. 2026 และอาจแตกต่างกันระหว่างแหล่งข่าวเนื่องจากขอบเขตการนับและการปัดเศษ นักลงทุนควรประเมินความเสี่ยงด้วยตนเอง