VN-Index ฟื้นขึ้นมาที่ 1,705.91 จุด ยุติการปิดลบ 7 วันติด: สภาพคล่องหดตัว 27% ต่างชาติยังขายสุทธิ และ HDB ถูกเทขาย 182 พันล้านดอง
ข้อมูลตามการซื้อขายวันศุกร์ที่ 16 ตุลาคม 2026
ในการซื้อขายวันที่ 16 ตุลาคม 2026 ดัชนี VN-Index ปิดที่ 1,705.91 จุด เพิ่มขึ้น 7.56 จุด (+0.45%) ยุติการปิดลบติดต่อกัน 7 วัน และกลับมายืนเหนือระดับ 1,700 จุดที่เสียไปในวันก่อนหน้า อย่างไรก็ตาม การรีบาวด์ครั้งนี้ยังค่อนข้างเปราะบาง เพราะสภาพคล่องหดตัวแรง นักลงทุนต่างชาติยังขายสุทธิต่อเนื่อง และดัชนียังอยู่ต่ำกว่าเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 10 วัน สื่อและบริษัทหลักทรัพย์ส่วนใหญ่มองว่าเป็นการรีบาวด์ทางเทคนิค ไม่ใช่สัญญาณกลับตัวของแนวโน้ม
ตัวเลขสำคัญของวันที่ 16 ต.ค.
| ตัวชี้วัด | ข้อมูล |
|---|---|
| VN-Index | 1,705.91 จุด (+7.56 จุด, +0.45%) ช่วงการซื้อขายระหว่างวัน 1,696.71–1,713.57 |
| VN30 | 1,855.41 จุด (+0.63%) หุ้นขึ้น 22 ตัว ลง 4 ตัว (VIC, TCX, MBB, GAS) |
| HNX-Index / UPCoM-Index | 259.13 จุด (-0.06%) / 124.87 จุด (+0.58%) |
| มูลค่าซื้อขายตลาด HOSE | ประมาณ 10,900–11,000 พันล้านดอง ลดลงราว 27% จากราว 15,043 พันล้านดองของวันที่ 15 ต.ค. |
| จำนวนหุ้นขึ้น/ลงทั้งตลาด | ขึ้น 368 ตัว (ติดเพดาน 37 ตัว) ลง 243 ตัว (ติดฟลอร์ 20 ตัว) ไม่เปลี่ยนแปลง 874 ตัว |
| นักลงทุนต่างชาติ | ขายสุทธิราว 534 พันล้านดองใน HOSE และราว 559–560 พันล้านดองทั้งตลาด |
หมายเหตุ: แต่ละแหล่งข่าวรายงานมูลค่าซื้อขาย ยอดขายสุทธิรวม และวิธีนับจำนวนวันที่ขายสุทธิต่อเนื่องแตกต่างกันเล็กน้อยตามขอบเขต (HOSE หรือสามตลาด) และเวลาตัดข้อมูล จึงควรตรวจสอบเมื่อนำมาเปรียบเทียบ
หุ้นธนาคารนำการรีบาวด์ ขณะที่กลุ่ม Vingroup ดึงดัชนีคนละทิศ
กลุ่มธนาคารเป็นแรงพยุงหลักของดัชนี โดย CTG บวก 2.68% SHB บวก 2.40% BID บวก 2.26% และ TPB บวก 2.13% ส่วน VCB บวกกว่า 0.7% ในทางกลับกัน HDB ปรับตัวลดลงราว 3% ช่วงบ่าย และ MBB อยู่ในกลุ่มหุ้น VN30 ที่ปิดลบ 4 ตัว นอกจากนี้ SHB ยังเป็นหุ้นที่มีปริมาณซื้อขายสูงสุดใน HOSE ราว 52.4 ล้านหุ้น
หุ้นในกลุ่ม Vingroup ดึงดัชนีไปคนละทิศ โดย VHM ขึ้น 3.57% ไปที่ 61,000 ดอง ช่วยเพิ่มดัชนีราว 3.6 จุด ขณะที่ VIC ลง 1.38% เหลือ 215,000 ดอง ฉุดดัชนีราว 4.8 จุด ซึ่งสะท้อนว่ากลุ่มบริษัทเดียวมีอิทธิพลต่อดัชนีมาก และเป็นเหตุผลที่ VN30 (+0.63%) ฟื้นตัวได้ดีกว่า VN-Index โดยรวม
สภาพคล่องลดลง 27%: สัญญาณของความระมัดระวัง
จุดอ่อนที่ใหญ่ที่สุดของการรีบาวด์ครั้งนี้คือกระแสเงิน มูลค่าซื้อขายที่จับคู่ได้ใน HOSE อยู่ที่ราว 10,000 พันล้านดอง ลดลงราว 27% จากวันก่อนหน้า เมื่อดัชนีขึ้นแต่สภาพคล่องบางมักบ่งชี้ว่าแรงซื้อยังไม่หนักแน่นพอที่จะยืนยันแนวโน้ม โดยเฉพาะเมื่อแรงขึ้นมาจากหุ้นขนาดใหญ่เพียงไม่กี่ตัว ตามที่หนังสือพิมพ์ Dân trí อ้างถึง นักวิเคราะห์จาก SHS และ TVS ต่างเน้นว่า 1,700 จุดคือแนวรับสำคัญ และไม่ตัดความเป็นไปได้ที่ดัชนีจะกลับมาทดสอบโซน 1,680–1,700 จุดในไม่กี่วันข้างหน้า
นักลงทุนต่างชาติ: ขายสุทธิต่อเนื่อง 10–11 วัน
นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิราว 534 พันล้านดองใน HOSE ทำให้สถิติการขายสุทธิต่อเนื่องเป็น 10 วันตามรายงานของ Dân trí (บางแหล่งนับเป็น 11 วันตามวิธีคำนวณ) และตามรายงานเดียวกัน มูลค่าขายสุทธิสะสมในช่วงนี้เกิน 20,500 พันล้านดอง HDB เป็นหุ้นที่ถูกขายสุทธิมากที่สุด กว่า 182 พันล้านดอง ตามด้วย VIC, FRT และหุ้นอย่าง VIX, MSB, VCI ด้านการซื้อ แหล่งข่าวกล่าวถึง FPT, CTG, MBB และ SSI แต่มูลค่าซื้อสุทธิรายตัวไม่สูงนัก และไม่พอที่จะชดเชยยอดขายของหุ้นกลุ่มนำ
ประเด็นที่น่าสังเกตคือ HDB ถูกต่างชาติขายมากที่สุดและราคาปรับลงในวันที่หุ้นธนาคารส่วนใหญ่ปรับขึ้น แสดงว่าเงินทุนต่างชาติเลือกถอนบางตัว ไม่ได้ถอนออกจากกลุ่มธนาคารทั้งหมดพร้อมกัน
กลุ่มและหุ้นอื่นที่น่าจับตา
กลุ่มค้าปลีกเป็นบวก โดย MWG ขึ้นกว่า 1.5% PNJ กว่า 3% MSN ราว 1.4% และ VNM กว่า 1% อสังหาริมทรัพย์แยกทิศ โดย VHM และ KDH ปรับขึ้นแรง ขณะที่ VIC, VPI, NVL และ DXG ปรับลง กลุ่มอสังหาริมทรัพย์และหลักทรัพย์เป็นเพียงสองกลุ่มที่ปิดลบตามสถิติของ Báo Đầu tư ในหุ้นขนาดเล็ก SJS ขึ้นติดเพดานจากผลประกอบการไตรมาส 3 ที่ทำสถิติสูงสุด ส่วน KOS ติดฟลอร์ต่อเนื่องเป็นวันที่ 20
บทสรุป
VN-Index ยุติการปิดลบ 7 วันและรักษาระดับ 1,700 จุดไว้ได้ แต่คุณภาพของการรีบาวด์ยังไม่สูง เพราะสภาพคล่องลดลงราว 27% ต่างชาติยังขายสุทธิกว่า 500 พันล้านดอง และดัชนียังอยู่ต่ำกว่าเส้นค่าเฉลี่ย 10 วัน ปัจจัยที่ควรติดตามในสัปดาห์ต่อไปได้แก่ ความสามารถในการยืนเหนือโซน 1,680–1,700 จุด การฟื้นตัวของสภาพคล่องกลับไปเหนือ 14,000 พันล้านดองหรือไม่ ทิศทางเงินทุนต่างชาติในหุ้นธนาคารและ Vingroup รวมถึงผลประกอบการไตรมาส 3
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ข้อมูลและการวิเคราะห์เท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน นักลงทุนควรรับผิดชอบต่อการตัดสินใจของตนเอง