หุ้นเวียดนามกว่า 21% ต่ำกว่าจุดต่ำสุดช่วงโควิด-19 แม้เพิ่งได้รับการอัปเกรดจาก FTSE: ตลาดรูปตัว K และปัญหาเม็ดเงิน

วันที่เผยแพร่: 02/10/2026 — หมวด: ตลาดหุ้นเวียดนาม

สามสัปดาห์หลัง FTSE Russell ประกาศอัปเกรดตลาดเวียดนาม สถิติจาก Vietstock ชี้ว่าภาพที่อยู่ใต้ดัชนีหลักไม่สดใสนัก ณ สิ้นวันที่ 30 ก.ย. 2026 มีหุ้น 334 ตัว หรือมากกว่า 21% ของหุ้นจดทะเบียนในทั้งสามตลาด ซื้อขายต่ำกว่าราคาปิดวันที่ 31 มี.ค. 2020 ซึ่งเป็นจุดต่ำสุดจากแรงกระแทกของโควิด-19 และในวันที่ 1 ต.ค. VN-Index ปรับลงต่อมาที่ 1,749.3 จุด คำถามจึงไม่ใช่ "การอัปเกรดดีหรือไม่" แต่คือ "เม็ดเงินที่จะพยุงทั้งตลาดอยู่ที่ไหน"

หุ้น 334 ตัวต่ำกว่าจุดต่ำสุดโควิด บอกอะไรเรา?

วันที่ 31 มี.ค. 2020 เคยเป็นจุดต่ำสุดของหุ้นหลายตัวช่วงการระบาด การที่เกินหนึ่งในห้าของหุ้นยังอยู่ต่ำกว่าระดับนั้นหลังผ่านไปกว่าหกปี สะท้อนการแบ่งขั้วที่ลึกมาก คือหุ้นมูลค่าตลาดใหญ่กลุ่มเล็กพยุงดัชนี ขณะที่หุ้นขนาดกลางและเล็กส่วนใหญ่ยังไม่ฟื้น นักวิเคราะห์เรียกลักษณะนี้ว่าตลาดรูปตัว K

ตามข้อมูล KOS ต่ำกว่าจุดต่ำสุดโควิดประมาณ 15.49% และปิดลงเพดานติดต่อกันหลายวัน ส่วน NVL, CII, TTF, HNG, HPX, YEG ก็ถูกกล่าวถึงในกลุ่มหุ้นอ่อนแอ จุดร่วมคือหลายบริษัทอยู่ในอุตสาหกรรมที่ได้รับแรงกดดันจากต้นทุนเงินกู้และอุปสรรคด้านความต้องการ ได้แก่ อสังหาริมทรัพย์ ท่องเที่ยวและโรงแรม รีสอร์ตเชิงนิเวศ และการผลิต

ความย้อนแย้งของการอัปเกรด: 27 หุ้นเข้า FTSE GEIS แต่เม็ดเงินไม่กระจาย

วันที่ 21 ก.ย. 2026 FTSE ประกาศว่ามีหุ้นเวียดนาม 27 ตัวมีคุณสมบัติเข้าดัชนี FTSE GEIS แต่บทความระบุว่าเงินทุนต่างชาติหลังการอัปเกรดยังไม่พอเป็นตัวเร่งให้ทั้งตลาด นักวิเคราะห์ของ DNSE ให้ความเห็นว่านักลงทุนขาดเงินและรอแหล่งเงินใหม่ มากกว่ารอข่าวอัปเกรดเพิ่มเติม

วันที่ 1 ต.ค. 2026: VN-Index หลุด 1,750 จุด

ตัวชี้วัดวันที่ 1 ต.ค. 2026
VN-Index1,749.3 จุด (-19.32 จุด) ลงเป็นวันที่ 4 ติดต่อกัน
VN30-Index1,890.57 จุด (-16.24 จุด)
มูลค่าซื้อขายทั้งตลาดราว 19,553 พันล้านดอง (จับคู่บน HOSE ราว 11,300 พันล้านดอง)
ความกว้างของตลาดลบ 344 ตัว (ติดฟลอร์ 23 ตัว) บวก 258 ตัว (ติดซีลลิ่ง 20 ตัว) ไม่เปลี่ยนแปลง 901 ตัว
นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิราว 3,078 พันล้านดองทั้งตลาด แต่ขายสุทธิราว 63 พันล้านดองบน HOSE

ตัวเลขซื้อสุทธิของต่างชาติอาจทำให้เข้าใจผิด เพราะส่วนใหญ่มาจากการซื้อขายแบบบล็อกเทรดหุ้น MSR ราว 3,200 พันล้านดองบน UPCoM บน HOSE ต่างชาติยังเป็นฝ่ายขายสุทธิ VIC เป็นหุ้นที่กดดันดัชนีมากที่สุดราว 12.52 จุด ส่วน PNJ ลดลง 6.95% ติดฟลอร์เป็นวันที่สี่ติดต่อกัน

ทำไมเงินจึงขาด? มาร์จิ้น สภาพคล่อง และดอกเบี้ยเงินฝาก

บทความระบุข้อมูลสำคัญสามข้อ ข้อแรก ยอดหนี้มาร์จิ้นยังอยู่ราว 435 ล้านล้านดอง แม้สภาพคล่องลดลง หมายความว่าใช้เลเวอเรจสูงแต่เงินใหม่น้อย เสี่ยงถูกบังคับขายเมื่อราคาตก ข้อสอง สภาพคล่องเฉลี่ยของ HOSE ถูกกล่าวถึงที่ช่วง 18,000–20,000 พันล้านดองต่อวัน ข้อสาม ระดับดอกเบี้ยเงินฝากราว 9% ทำให้หุ้นต้องแข่งกับการออมเงิน

ด้านนโยบาย กลางเดือน ก.ย. 2026 ธนาคารแห่งรัฐอนุญาตให้ธนาคารไม่นับสินเชื่อภาคโรงแรมและท่องเที่ยวรวมในการคำนวณการเติบโตของสินเชื่ออสังหาริมทรัพย์ เพื่อกระจายเงินทุนออกจากที่อยู่อาศัย เป็นสัญญาณหนุนกลุ่มท่องเที่ยวและรีสอร์ต แต่ยังไม่ใช่เงินใหม่สำหรับทั้งตลาด

นักวิเคราะห์มองอย่างไร?

ตามที่ Vietstock สรุปวันที่ 2 ต.ค. Yuanta เวียดนามแนะนำถือเงินสดสูง (ราว 70% เงินสด 30% หุ้น) TVS รอโซน 1,730–1,735 จุด แนวรับระยะกลางอยู่ที่ 1,720 จุด VCBS ประเมินว่าแรงซื้อยังอ่อน กลุ่มน้ำมันและก๊าซ ค้าปลีก ยางพารา และสินค้าอุปโภคบริโภคได้รับการประเมินเชิงบวก ขณะที่อสังหาริมทรัพย์และธนาคารยังถูกกดดัน

บทสรุป

สถิติ "ต่ำกว่าจุดต่ำสุดโควิด" ไม่ได้แปลว่าหุ้นเหล่านั้นถูกหรือน่าซื้อทุกตัว หลายตัวอ่อนแอจากปัจจัยภายใน เช่น หนี้สิน การออกหุ้นเพิ่มทุน หรือผลประกอบการ สิ่งที่ตัวเลขบอกคือความกว้างของตลาดบางมาก ดัชนียืนเหนือ 1,700 จุดได้ แต่หลายร้อยบริษัทยังมีราคาต่ำกว่าเดือนมีนาคม 2020 ผู้สังเกตการณ์มองว่าตลาดจะแข็งแรงขึ้นต้องมีอย่างใดอย่างหนึ่ง คือดอกเบี้ยลดลง เงินทุนต่างชาติจริงจัง หรือกำไรไตรมาส 3–4 ดีขึ้น

ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: บทความนี้เพื่อให้ข้อมูลและการวิเคราะห์เท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน ข้อมูลมาจากแหล่งสาธารณะ ณ เวลาที่เผยแพร่ นักลงทุนควรประเมินความเสี่ยงด้วยตนเอง