สัปดาห์แรกของเวียดนามในฐานะ "ตลาดเกิดใหม่": ต่างชาติขายสุทธิกว่า 1 ล้านล้านดองวันที่ 23 ก.ย. VN-Index แกว่งฟันเลื่อยรอบ 1,800 จุดสามวันติด — สถานการณ์ "ซื้อตามข่าวลือ ขายเมื่อข่าวจริง" และทำไมยังไม่ต้องตื่นตระหนก
วันที่เผยแพร่: 24 กันยายน 2026
สามวันทำการแรกในฐานะ "ตลาดเกิดใหม่รอง" (Secondary Emerging) ตามการจัดกลุ่มของ FTSE Russell ดัชนี VN-Index ของเวียดนามวาดกราฟเป็นรูปฟันเลื่อยแทบสมบูรณ์แบบ: ลดลง 15.99 จุด (21 ก.ย.) เพิ่มขึ้น 17.26 จุด (22 ก.ย.) แล้วลดลงอีก 15.28 จุด (23 ก.ย.) ผ่านไปสามวัน ดัชนีปิดที่ 1,801.65 จุด — แทบจะอยู่ที่เดิมเมื่อการเลื่อนชั้นมีผลอย่างเป็นทางการ และห่างจากระดับจิตวิทยา 1,800 จุดไม่ถึง 2 จุด
สิ่งที่นักลงทุนกังวลจริง ๆ ไม่ใช่ความผันผวนของดัชนี แต่เป็นทิศทางของเงินทุนต่างชาติ เพียงห้าวันหลังจากกองทุน ETF ซื้อสุทธิเกือบ 1 ล้านล้านดอง เพื่อ "ต้อนรับ" การเลื่อนชั้น นักลงทุนต่างชาติกลับขายสุทธิกว่า 1 ล้านล้านดองในวันที่ 23 ก.ย. — มากที่สุดนับตั้งแต่เวียดนามเข้าสู่ดัชนีระดับโลกอย่างเป็นทางการ นี่คือสถานการณ์ "ซื้อตามข่าวลือ ขายเมื่อข่าวจริง" แบบคลาสสิกหรือไม่ และมีความหมายอย่างไรต่อไตรมาสที่ 4
ลำดับเหตุการณ์: ห้าวันทำการ เงินทุนสองทิศทาง
| วันทำการ | VN-Index | เปลี่ยนแปลง | ต่างชาติ (สุทธิ) | หมายเหตุ |
|---|---|---|---|---|
| 18 ก.ย. (ศุกร์) | ~1,815.7 | ลดลงกว่า 7 จุด | ซื้อสุทธิ ~9.66 แสนล้านดอง (Vietstock); บางแหล่งระบุกว่า 1.224 ล้านล้าน | วันปรับพอร์ต ETF รับการเลื่อนชั้น |
| 21 ก.ย. (จันทร์) | 1,799.67 | −15.99 | ขายสุทธิ 6.64 แสนล้านดองบน HoSE | วันที่การเลื่อนชั้นมีผล |
| 22 ก.ย. | 1,816.93 | +17.26 | ซื้อสุทธิ ~6.3 หมื่นล้านดองบน HoSE | VIC หนุนดัชนี 11.28 จุด |
| 23 ก.ย. | 1,801.65 | −15.28 (−0.84%) | ขายสุทธิ ~1.048 ล้านล้านดองทั้งตลาด | กลุ่ม Vingroup กลับทิศ |
ตามการประเมินของ SSI Research ในวันปรับพอร์ต 18 ก.ย. กองทุน ETF ซื้อประมาณ 450 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และขายประมาณ 204 ล้านดอลลาร์ หรือซื้อสุทธิราว 246 ล้านดอลลาร์ แต่ในวันเดียวกันนั้นเอง VN-Index กลับพลิกลบในนาทีสุดท้าย — สัญญาณแรกว่านักลงทุนในประเทศฉวยโอกาส "ขายให้ ETF"
23 ก.ย.: ขายสุทธิกว่าล้านล้านดอง หุ้นธนาคารเป็นศูนย์กลาง
ช่วงเปิดตลาดวันที่ 23 ก.ย. ค่อนข้างเป็นบวก VN-Index เคยขึ้นไปแถว 1,820 จุด จากแรงหนุนของกลุ่มธนาคารและค้าปลีก แต่แรงขายที่ถาโถมในช่วงบ่ายพลิกทุกอย่าง ณ ปิดตลาด ดัชนี VN30 ลดลง 10.45 จุด (−0.53%) สู่ 1,954.91 จุด โดยในตะกร้ามีหุ้นขึ้นเพียง 8 ตัว ขณะที่ลดลง 22 ตัว
สภาพคล่องกลับดีขึ้นชัดเจน: หุ้นเกือบ 670 ล้านหุ้น มูลค่า 17,745.6 พันล้านดอง เปลี่ยนมือ มูลค่าเพิ่มขึ้น 36.6% จากวันก่อน การลดลงพร้อมปริมาณซื้อขายที่เพิ่มขึ้นมักถูกมองว่าเป็นสัญญาณการกระจายหุ้น — ต่างจากวันบวก 22 ก.ย. ที่สภาพคล่องอยู่เพียงราว 65% ของค่าเฉลี่ย
นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิประมาณ 1.048 ล้านล้านดองทั้งตลาด (เฉพาะ HoSE ราว 1.053 ล้านล้าน) รายชื่อที่ถูกขายสุทธิมากที่สุด ได้แก่:
- VPB: ประมาณ 2.89 แสนล้านดอง
- ACB: ประมาณ 1.41 แสนล้านดอง
- VHM: ประมาณ 1.30 แสนล้านดอง
- TCB: ประมาณ 8.6 หมื่นล้านดอง
ในทางกลับกัน ต่างชาติยังซื้อสุทธิ VIC ราว 9.6 หมื่นล้าน, หน่วยลงทุน FUESSVFL ราว 7 หมื่นล้าน, TPB ราว 4.3 หมื่นล้าน และ DCM ราว 3 หมื่นล้านดอง รายละเอียดนี้สำคัญ: เงินทุนต่างชาติไม่ได้ถอนออกพร้อมกันทั้งหมด แต่กำลังหมุนเวียนระหว่างหุ้นแต่ละตัว
"ปรากฏการณ์ VIC": หุ้นตัวเดียวกำหนดสีของทั้งตลาด
หากต้องใช้ตัวเลขเดียวอธิบายความเปราะบางของ VN-Index ในตอนนี้ ตัวเลขนั้นคือ 11.28 — จำนวนจุดที่ VIC หนุนดัชนีเพียงลำพังในวันที่ 22 ก.ย. เมื่อหุ้นตัวนี้ขึ้น 3.74% สู่ 243,800 ดอง คิดเป็นเกือบสองในสามของการเพิ่มขึ้น 17.26 จุดของทั้งดัชนี พอถึงวันที่ 23 ก.ย. VIC กลับลดลง 3.20% ร่วมกับ VHM (−1.73%) และ VPL (−3.18%) กลายเป็นแรงกดหลักที่ฉุดดัชนีลง
สำหรับนักลงทุนสถาบันต่างชาติที่เพิ่งเข้ามา การกระจุกตัวเช่นนี้เป็นทั้งโอกาสและความเสี่ยง: ดัชนีถูก "ชี้นำ" ได้ง่ายโดยหุ้นขนาดใหญ่ไม่กี่ตัว ความเคลื่อนไหวของ VN-Index จึงไม่ได้สะท้อนสุขภาพของตลาดส่วนที่เหลือได้ครบถ้วน ขณะที่กลุ่ม Vingroup ลดลง TCB (+2.63%), LPB (+2.16%) และ HDB (+1.63%) ยังปรับขึ้นได้ดี
จุดสว่างสวนกระแส: FRT และ PET ชนซิลลิ่ง
ท่ามกลางกระดานที่ปรับลดลงเกือบทั้งหมดในวันที่ 23 ก.ย. หุ้นค้าปลีกสองตัวคือ FRT และ PET พุ่งชนเพดาน (ceiling) พร้อมกันโดยไม่มีคำสั่งขายเหลือ:
- FRT ปิดที่ราคาเพดาน 140,100 ดอง (+6.95%) จับคู่ซื้อขายกว่า 1.6 ล้านหุ้น เหลือคำสั่งซื้อที่ราคาเพดานราว 381,400 หุ้น น่าสังเกตว่าต่างชาติยังขายสุทธิ FRT ราว 7.67 หมื่นล้านดองในวันที่หุ้นชนเพดาน — เงินทุนในประเทศกำลัง "รับของ" จากต่างชาติ
- PET ชนเพดานเป็นวันที่สองติดต่อกันสู่ 44,400 ดอง ทำจุดสูงสุดใหม่ มูลค่าตลาดราว 6.87 ล้านล้านดอง ใน 7 วันทำการล่าสุด PET ขึ้น 6 วัน รวมกว่า 20%
นอกจากนี้ GEE ขึ้น 6.62%, DHC ขึ้น 4.58% และ DGW ขึ้น 3.22% ภาพรวมแสดงว่าเงินทุนในประเทศยังมีอยู่มาก แต่เลือกลงทุนอย่างเข้มงวด — เน้นเรื่องราวเฉพาะตัวมากกว่าการซื้อตามดัชนี
ทำไมต่างชาติขายทันทีหลังการเลื่อนชั้น?
มีคำอธิบายอย่างน้อยสามข้อ และไม่ได้ขัดแย้งกัน:
- ซื้อตามข่าวลือ ขายเมื่อข่าวจริง: กองทุนเชิงรุกและเฮดจ์ฟันด์สะสมหุ้นไว้หลายเดือนก่อนเพื่อรอขายให้กองทุน ETF เชิงรับ เมื่อ ETF ลงทุนรอบแรกเสร็จในวันที่ 18 ก.ย. เหตุผลในการถือระยะสั้นก็หมดไป
- การเลื่อนชั้นแบบเป็นขั้นตอน: ตามประกาศ หุ้นเวียดนามจะถูกรวมเข้าดัชนีโลกของ FTSE เป็น 4 รอบในระยะเวลาราว 12 เดือน โดยรอบแรกมีน้ำหนักเพียง 10% เงินทุนเชิงรับก้อนใหญ่ที่สุดยังอยู่ข้างหน้า — แต่จะไม่มาในไม่กี่สัปดาห์นี้
- บริบทโลก: อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ ที่อยู่ในระดับสูงช่วงเดือนกันยายน ทำให้เงินทุนที่ไหลเข้าตลาดเกิดใหม่โดยรวมเลือกมากขึ้น ไม่ใช่เฉพาะเวียดนาม
ภาพเศรษฐกิจมหภาคยังเป็นแรงหนุน
ในวันที่ 23 ก.ย. เช่นกัน ธนาคารพัฒนาเอเชีย (ADB) ปรับเพิ่มคาดการณ์การเติบโตของ GDP เวียดนามปี 2026 เป็น 7.8% (จาก 7.2% ในรายงานเดือนกรกฎาคม) และปี 2027 เป็น 7.6% (จาก 7%) ADB อ้างถึง GDP ครึ่งปีแรกที่ขยายตัว 8.2% สูงกว่า 7.5% ในช่วงเดียวกันของปี 2025 ขับเคลื่อนโดยอุตสาหกรรมการผลิต การบริโภคในประเทศ และ FDI ที่มีเสถียรภาพ อย่างไรก็ตาม ADB ยังเตือนถึงความเสี่ยงด้านสินเชื่อ และคาดการณ์เงินเฟ้อปี 2026 ที่ 4.3%
ความย้อนแย้งที่ควรพิจารณา: เศรษฐกิจมหภาคได้รับการประเมินดีขึ้น แต่เงินทุนต่างชาติระยะสั้นกลับไหลออก สิ่งนี้บ่งชี้ว่าเรื่องราวในขณะนี้เป็นปัจจัยทางเทคนิคของกระแสเงินทุนมากกว่าการเปลี่ยนแปลงของแนวโน้มพื้นฐาน
นักลงทุนควรติดตามอะไร?
- ระดับ 1,800 จุด: ดัชนีทดสอบและยืนแนวนี้ได้แล้วสองครั้ง หากปิดต่ำกว่า 1,790 จุดพร้อมปริมาณซื้อขายสูง จะเป็นสัญญาณลบที่ชัดเจนกว่า
- ดูเงินทุนต่างชาติเป็นรายสัปดาห์ ไม่ใช่รายวัน: การขายสุทธิรายวันในสัปดาห์แรกหลังเลื่อนชั้นเป็นเรื่องที่พบได้บ่อยในตลาดที่เคยได้รับการเลื่อนชั้น สิ่งที่ควรดูคือแนวโน้มสะสมใน 4–8 สัปดาห์ข้างหน้า
- ฤดูประกาศงบไตรมาส 3: บริษัทแรก ๆ เริ่มเปิดเผยผลประกอบการ 9 เดือนแล้ว (เช่น DCM ระบุว่าตัวชี้วัดหลักเติบโตกว่า 10%) กำไรไตรมาส 3 จะเป็น "บททดสอบ" ของมูลค่าหุ้นหลังการขึ้นมายาวนาน
- การพึ่งพากลุ่ม Vingroup: เมื่อหุ้นตัวเดียวสร้างความเคลื่อนไหวได้ถึงสองในสามของดัชนี ควรดู VN30 หรือความกว้างของตลาดประกอบ แทนที่จะดูเพียง VN-Index
บทสรุป
สัปดาห์แรกของการเป็นตลาดเกิดใหม่ไม่ใช่ "งานเลี้ยง" อย่างที่หลายคนคาดหวัง แต่การขายสุทธิกว่า 1 ล้านล้านดองเพียงวันเดียวก็ยังไม่ใช่สัญญาณว่าเงินทุนต่างชาติหันหลังให้ การเลื่อนชั้นเป็นกระบวนการที่กินเวลาทั้งปี เงินทุนเชิงรับจะทยอยเข้ามาเป็นรอบ ขณะที่กองทุนเชิงรุกจะอยู่ต่อก็ต่อเมื่อผลกำไรของบริษัทและคุณภาพของตลาดคุ้มค่า ในระยะสั้น VN-Index มีแนวโน้มแกว่งตัวรอบ 1,800 จุดต่อไป พร้อมความแตกต่างอย่างชัดเจนระหว่างกลุ่มอุตสาหกรรม
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ข้อมูลและบทวิเคราะห์เท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน ข้อมูลรวบรวมจากแหล่งสาธารณะในช่วง 18–23 กันยายน 2026 และอาจมีความคลาดเคลื่อนเล็กน้อยระหว่างแหล่งข้อมูล นักลงทุนควรศึกษาข้อมูลด้วยตนเองและพิจารณาระดับความเสี่ยงที่รับได้ก่อนตัดสินใจ
แหล่งอ้างอิง: หนังสือพิมพ์ Nhan Dan; Vietnam Financial Times; Vietstock; CafeF; นิตยสาร Mekong Asean; VnBusiness; Dan Viet; VietnamPlus; SSI Research; ADB (แถลงข่าว 23 ก.ย. 2026)