Starknet พิจารณาแยกตัวจาก Ethereum เป็น Layer 1 ต้านควอนตัม: STRK พุ่งกว่าเท่าตัวในหนึ่งสัปดาห์ วอลุ่มราว 720 ล้านดอลลาร์ — ข่าวใหญ่หรือกระแสเก็งกำไร?

วันที่เผยแพร่: 12 ตุลาคม 2026 — หมวดหมู่: คริปโต

ในสัปดาห์ที่บิตคอยน์ถอยลงมาแถว 82,000–83,000 ดอลลาร์ อีเธอร์ร่วงเกือบ 7% และเงินทุนใน ETF เปลี่ยนเป็นไหลออก กลับมีอัลต์คอยน์ตัวหนึ่งวิ่งสวนตลาด คือ STRK โทเคนของเครือข่าย Starknet ตามข้อมูลของ CoinGlass ที่ CryptoSlate อ้างอิง เมื่อเวลา 20:28 UTC ของวันที่ 11 ตุลาคม 2026 STRK ซื้อขายที่ราว 0.119 ดอลลาร์ เพิ่มขึ้นประมาณ 117% ใน 7 วัน และมีวอลุ่มซื้อขาย 24 ชั่วโมงราว 720 ล้านดอลลาร์ (CoinMarketCap) ตัวจุดชนวนคือแถลงการณ์เชิงกลยุทธ์: Starknet ระบุว่า “กำลังพิจารณาอย่างจริงจัง” (actively considering) ที่จะเป็นเครือข่าย Layer 1 อิสระ โดยตั้งเป้าเป็นเครือข่ายต้านควอนตัมเต็มรูปแบบรายแรกในปี 2027

Starknet พูดอะไรไว้จริง ๆ?

เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2026 Starknet ระบุว่ากำลังพิจารณาเปลี่ยนจาก Layer 2 ของ Ethereum เป็น Layer 1 ของตัวเอง โดยมีปี 2027 เป็นเป้าหมายของเครือข่าย “ต้านควอนตัมเต็มรูปแบบ” รายแรก Eli Ben-Sasson ซีอีโอของ StarkWare วางเรื่องนี้ไว้ในบริบทที่ความก้าวหน้าของคอมพิวเตอร์ควอนตัมและ AI อาจทำให้การเข้ารหัสของบล็อกเชนอ่อนแอลง และมองว่าภัยคุกคามจากควอนตัมอาจมาถึงเร็วกว่าที่คาด

ต้องอ่านถ้อยคำให้ละเอียด: นี่คือเจตนาที่กำลังพิจารณาและเป้าหมายด้านเวลา ไม่ใช่แผนย้ายเครือข่ายที่ได้รับอนุมัติแล้ว การเปลี่ยนผ่านยังต้องมีการตัดสินใจทางเทคนิคเพิ่มเติมและการอนุมัติจากธรรมาภิบาลของเครือข่าย แหล่งข่าวหลายแห่งยังย้ำว่าไม่มีหลักฐานว่า AI สามารถเจาะลายเซ็นดิจิทัลที่ใช้งานอยู่ในปัจจุบันได้ ประเด็นคือการเตรียมรับมือ “คอมพิวเตอร์ควอนตัมที่สามารถเจาะการเข้ารหัสได้” ในอนาคต

ทำไม Starknet จึงพูดถึงควอนตัม?

ระบบพิสูจน์ ZK-STARK ของ Starknet อาศัยสมมติฐานด้านแฮช (hash-based) ไม่ได้พึ่งการเข้ารหัสแบบเส้นโค้งวงรีที่คอมพิวเตอร์ควอนตัมที่ทรงพลังเพียงพอสามารถเจาะได้ในทางทฤษฎี นอกจากนี้ บัญชีที่โปรแกรมได้ (account abstraction) ยังให้ผู้ใช้สลับไปใช้รูปแบบลายเซ็นอื่นได้โดยไม่ต้องอัปเกรดทั้งเครือข่าย แผนงานที่ StarkWare เผยแพร่เมื่อเดือนมิถุนายนแบ่งเป็นสามระยะ ได้แก่ แฮชที่เสี่ยงต่อการโจมตี สมาร์ตคอนแทรกต์รุ่นเก่า และการพึ่งพาที่สืบทอดมาจาก Ethereum สองระยะแรกอยู่ในการควบคุมของ Starknet ส่วนระยะที่สามขึ้นอยู่กับการย้ายระบบของ Ethereum เอง

ในด้านเทคนิค เอกสารแผนงานกล่าวถึง Falcon-512 ซึ่งเป็นรูปแบบลายเซ็นหลังยุคควอนตัม และบัญชีทดลองที่สร้างร่วมกับ OpenZeppelin ซึ่งระบุว่ายังไม่ผ่านการตรวจสอบ (audit) การทดสอบธุรกรรมสำเร็จหนึ่งครั้งไม่ได้แปลว่าพร้อมใช้งานจริง

ตลาดตอบสนองอย่างไร?

เวลาราคา STRKการเปลี่ยนแปลงวอลุ่ม / มูลค่าตลาด
9 ต.ค. 2026 เวลา 06:48 UTC (CoinGecko)ราว 0.068 ดอลลาร์+40.1% ใน 24 ชม.; ช่วงราคา 0.0487–0.0701 ดอลลาร์ราว 412 ล้านดอลลาร์ / ราว 507 ล้านดอลลาร์
11 ต.ค. 2026 เวลา 20:28 UTC (CoinGlass, CoinMarketCap)ราว 0.119 ดอลลาร์+17.7% ใน 24 ชม.; +116.7% ใน 7 วันราว 720 ล้านดอลลาร์ / ราว 892 ล้านดอลลาร์

ในตลาดอนุพันธ์ CoinGlass รายงานสถานะคงค้าง (open interest) ราว 258.5 ล้านดอลลาร์ วอลุ่มฟิวเจอร์ส 24 ชั่วโมงราว 3.5 พันล้านดอลลาร์ และมูลค่าการบังคับปิดสถานะ (liquidation) ราว 14.8 ล้านดอลลาร์ ก่อนหน้านี้ STRK เคยเพิ่มขึ้นเกือบ 23% เมื่อวันที่ 4 ตุลาคม มูลค่าทรัพย์สินที่ล็อกไว้ (TVL) ของ Starknet อยู่ที่ราว 345 ล้านดอลลาร์ ณ วันที่ 9 ตุลาคมตามข้อมูล CoinGecko ควรจำไว้ว่าแม้จะพุ่งแรง ราคา 0.119 ดอลลาร์ก็ยังต่ำกว่าระดับสูงสุดตลอดกาลที่ 4.41 ดอลลาร์กว่า 97%

เรื่องเล่า “ต้านควอนตัม” กำลังขยายไปยังโครงการอื่นด้วย ตามรายงานตลาดของ KuCoin วันที่ 10 ตุลาคม Zcash วางแผนเพิ่ม opcode ตรวจสอบลายเซ็นต้านควอนตัมแบบอิงแฮชในเดือนมกราคม 2027 และรายงานมองว่าเป็นปัจจัยด้านความรู้สึกระยะสั้นเป็นหลัก เพราะยังไม่มีการโจมตีด้วยควอนตัมต่อกุญแจกระเป๋าเงินหลักที่พิสูจน์ได้จริง ส่วนในระดับ Ethereum นั้น Ethereum Foundation ตั้งเป้าหมายปี 2029 ไว้เองเมื่อเดือนกันยายนสำหรับการต้านควอนตัมในชั้นการประมวลผล ฉันทามติ และข้อมูล

ความเสี่ยงที่นักลงทุนควรพิจารณา

  • เลเวอเรจและการบังคับปิดสถานะ: วอลุ่มฟิวเจอร์ส 3.5 พันล้านดอลลาร์เทียบกับมูลค่าตลาดราว 892 ล้านดอลลาร์ สะท้อนว่าตลาดถูกขับเคลื่อนโดยอนุพันธ์ ความผันผวนสองทางอาจรุนแรงมาก
  • การปลดล็อกโทเคนวันที่ 15 ต.ค.: Starknet ปล่อยโทเคนได้สูงสุด 127 ล้าน STRK ต่อเดือนจนถึงเดือนมีนาคม 2027 ที่ราคา 0.119 ดอลลาร์ ล็อตนี้มีมูลค่าราว 15.1 ล้านดอลลาร์ หรือ 1.27% ของอุปทานรวม 10,000 ล้านโทเคน ผลต่อราคาขึ้นอยู่กับว่าผู้รับขายหรือไม่และแรงซื้อในขณะนั้น
  • โจทย์ความปลอดภัยเมื่อแยกจาก Ethereum: ปัจจุบัน Starknet พึ่ง Ethereum ในการชำระบัญชีและจัดเก็บข้อมูล Layer 1 อิสระต้องสร้างโมเดลความปลอดภัยและการชำระบัญชีของตัวเอง ขณะที่บริดจ์และข้อผูกมัดด้านข้อมูลก็ยังมีการพึ่งพาที่ Starknet ควบคุมไม่ได้
  • แยกสาเหตุได้ยาก: ไม่อาจระบุได้ว่าราคาที่เพิ่มขึ้นมาจากข้อเสนอ Layer 1 เท่าใด และมาจากการเก็งกำไรหรือการหมุนเงินระหว่างอัลต์คอยน์เท่าใด

ภาพรวมตลาด

ตาม CryptoTicker ในสัปดาห์ 5–11 ตุลาคม บิตคอยน์ลดลงราว 2.1% มาที่ 82,922 ดอลลาร์ อีเธอร์ลดลง 6.8% มาที่ 2,504 ดอลลาร์ Solana ลดลง 8.1% ETF บิตคอยน์มีเงินไหลออกสุทธิราว 681 ล้านดอลลาร์ และ ETF อีเธอร์ไหลออกสุทธิติดต่อกันเก้าวันทำการนับจาก 29 กันยายน ดัชนีความกลัวและความโลภอยู่ที่ 61 เมื่ออัลต์คอยน์มูลค่าตลาดเล็กเพิ่มเท่าตัวในขณะที่เหรียญใหญ่ปรับลง มักสะท้อนเงินเก็งกำไรเฉพาะจุดมากกว่าการเปลี่ยนทิศทางของทั้งตลาด

บทสรุป

แนวคิดหลัก คือการเตรียมพร้อมสู่ยุคหลังควอนตัม เป็นหัวข้อที่จริงจังและมีระบบนิเวศมากขึ้นที่หยิบยกขึ้นมา อย่างไรก็ตาม สำหรับ Starknet ถึงตอนนี้ยังเป็นเพียงถ้อยแถลงว่า “กำลังพิจารณา” พร้อมเป้าหมายปี 2027 ยังไม่มีกำหนดการที่ได้รับอนุมัติ หมุดหมายที่ควรติดตาม ได้แก่ เอกสารข้อเสนอและการลงมติของธรรมาภิบาล ผลการตรวจสอบบัญชี Falcon-512 การปลดล็อกวันที่ 15 ตุลาคม และปฏิกิริยาจากระบบนิเวศ Ethereum

ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: บทความนี้มีไว้เพื่อให้ข้อมูลและการวิเคราะห์เท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน สินทรัพย์คริปโตมีความผันผวนสูงและอาจสูญเสียเงินลงทุนทั้งหมด โปรดศึกษาด้วยตนเองก่อนตัดสินใจ ตัวเลขมาจากแหล่งข้อมูลสาธารณะ ณ เวลาที่ระบุในบทความ และอาจเปลี่ยนแปลงแล้ว

แหล่งอ้างอิง