หุ้น SK hynix ร่วงหนัก KOSPI ดิ่งกว่า 2% จากแผนนำ Solidigm เข้าตลาดสหรัฐฯ: หน่วยงานกำกับเกาหลีใต้ชี้ “ขัดกฎการจดทะเบียนซ้อน”

เช้าวันอังคารที่ 20 ตุลาคม 2026 ตลาดหุ้นเอเชียกลับมาอ่อนตัวอีกครั้ง และเกาหลีใต้เป็นจุดที่หนักที่สุด ตามรายงานของ Invezz ณ เวลา 11:20 น. ตามเวลาโซล KOSPI ลดลง 2.36% อยู่ที่ 5,631.95 จุด โดยระหว่างวันเคยแตะต่ำสุด 5,493.24 จุด ทั้งที่วันก่อนหน้า (19 ตุลาคม) ดัชนีเพิ่งรีบาวด์ 1.76% ตามแรงฟื้นของ Nasdaq (+1.11%) และดัชนีเซมิคอนดักเตอร์ฟิลาเดลเฟีย (+1.61%) หัวใจของเรื่องคือ SK hynix: ผู้ว่าการสำนักงานกำกับดูแลทางการเงิน (FSS) อี ชัน-จิน กล่าวว่าทั้ง FSS และคณะกรรมการบริการทางการเงินมองว่าแผนนำ Solidigm บริษัทลูกเข้าจดทะเบียนในสหรัฐฯ “ขัด” กฎการจดทะเบียนซ้อน

เกิดอะไรขึ้นในวันที่ 19–20 ตุลาคม?

เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม ระหว่างการตรวจสอบของรัฐสภา คณะกรรมการนโยบายแห่งชาติ นายอีกล่าวว่าหน่วยงานกำกับจะพิจารณาเรื่องนี้ต่อ ศึกษามาตรการที่เป็นไปได้ และส่งข้อกังวลไปยัง SK hynix เขายังยอมรับว่าต้องมีการตีความทางกฎหมายอย่างเป็นทางการว่าการจดทะเบียนบริษัทลูกในต่างประเทศอยู่ในขอบเขตการตรวจสอบการขึ้นทะเบียนหลักทรัพย์ในประเทศหรือไม่ ตามรายงานของ Seoul Economic Daily ณ เวลา 9:39 น. ของวันที่ 20 ตุลาคม SK hynix ลง 4.07% อยู่ที่ 1,225,000 วอน SK Square ผู้ถือหุ้นใหญ่สุดของ SK hynix ลง 4.36% อยู่ที่ 746,000 วอน และ SK Inc. บริษัทโฮลดิ้งของกลุ่ม ลง 4.81% อยู่ที่ 435,500 วอน

Solidigm คืออะไร และทำไมตลาดกังวล?

Solidigm เป็นหน่วยธุรกิจในสหรัฐฯ ของ SK hynix เกิดขึ้นหลัง SK hynix ซื้อธุรกิจ NAND flash และ SSD ของ Intel Bloomberg รายงานครั้งแรกเมื่อวันที่ 25 กันยายนว่า SK hynix พิจารณา IPO ของ Solidigm ในสหรัฐฯ เร็วที่สุดปี 2027 และรายงานเมื่อวันที่ 8 ตุลาคมว่าขนาดการเสนอขายอาจสูงถึงราว 15,000 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 20 ล้านล้านวอน) โดยมี Goldman Sachs และ Morgan Stanley เป็นผู้นำ พร้อม JPMorgan, Citigroup และ UBS อย่างไรก็ตาม SK hynix ยืนยันว่ายังไม่มีการตัดสินใจใด ๆ

สิ่งที่ผู้ถือหุ้นกังวลคือการเจือจาง ตามสถานการณ์จำลองของ Bloomberg Intelligence (อ้างผ่าน Seoul Economic Daily) หากนักลงทุนภายนอกถือ Solidigm 10% ผ่านการออกหุ้นใหม่ EPS ของ SK hynix จะลดลงราว 1% และหากถือ 20–30% จะลดลงราว 2–3% (สมมติให้ Solidigm สร้างกำไรสุทธิราว 10% ของ SK hynix) อีกด้านหนึ่ง Bloomberg Intelligence ก็มองว่า IPO อาจปลดล็อกเงินทุนให้ SK hynix ลงทุนใน HBM และ DRAM สำหรับเซิร์ฟเวอร์ได้มากขึ้น ตลาดจึงกำลังชั่งน้ำหนักระหว่างประโยชน์ด้านเงินทุนกับความเสี่ยงต่อมูลค่าของผู้ถือหุ้นเดิม ซึ่งเป็นประเด็นธรรมาภิบาลที่ตลาดเกาหลีคุ้นเคย

กระแสเงินทุนและสัญญาณอื่นในตลาด

ณ 10:30 น. นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิ 605.8 พันล้านวอน สถาบันขายสุทธิ 470.7 พันล้านวอน ขณะที่รายย่อยซื้อสุทธิ 832.1 พันล้านวอน ซึ่งยังไม่พอชดเชย ในขณะนั้น SK hynix ลง 3.6% และ Samsung Electronics ลง 1.5% ที่น่าสังเกตคือ Elice ผู้ให้บริการศูนย์ข้อมูล เปิดซื้อขายต่ำกว่าราคา IPO ซึ่ง Invezz มองว่าเป็นสัญญาณว่าการระดมทุนเพื่อโครงสร้างพื้นฐาน AI ยากขึ้น นักวิเคราะห์ Han Ji-young จาก Kiwoom Securities ระบุว่า KOSPI ต้องกลับขึ้นไปเหนือเส้นค่าเฉลี่ย 200 วันที่ราว 6,410 จุดจึงจะฟื้นตัวได้อย่างยั่งยืน

ญี่ปุ่น เอเชีย และภาพมหภาค

Nikkei 225 ลดลงราว 0.6% อยู่ที่ 64,512 จุด ณ พักกลางวัน SoftBank Group ลงราว 3.3% Fujikura ลง 3.4% และ Kioxia อ่อนตัวเช่นกัน ดัชนี Hang Seng ลงราว 1% ASX 200 ลง 0.8% MSCI Asia-Pacific ex-Japan ลง 0.93% ส่วน Shanghai Composite ทรงตัว ฟิวเจอร์สยุโรป Euro Stoxx 50 ลง 0.71% DAX ลง 0.4% และ FTSE ลง 0.44% น้ำมัน Brent อยู่แถว 110 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ยังหนุนความกังวลเรื่องเงินเฟ้อและต้นทุนการกู้ยืม ขณะที่ความไม่สงบทางการเมืองในฝรั่งเศสกดดันบรรยากาศในยุโรป นักวิเคราะห์ของ Nomura มองว่าตลาดอาจประเมินความสามารถในการทำกำไรของ AI ต่ำเกินไป เพราะการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานมาก่อนรายได้ แต่ผลขาดทุนของผู้ให้บริการ AI รายเล็กกำลังทำให้นักลงทุนไม่สบายใจ

มุมมองสำหรับนักลงทุน

ประการแรก นี่คือแรงกระแทกด้านธรรมาภิบาลและกฎระเบียบ ไม่ใช่ข่าวร้ายด้านความต้องการชิป เพราะยังไม่มีการตัดสินใจ IPO และยังไม่มีการตีความทางกฎหมายอย่างเป็นทางการ ผลลัพธ์จึงยังเปิดทั้งสองทาง ประการที่สอง KOSPI และ Nikkei อ่อนไหวต่อวิธีที่ตลาดระดมทุนให้ AI เพราะทั้งสองตลาดมีน้ำหนักชิปหน่วยความจำและโครงสร้างพื้นฐานสูง ประการที่สาม สัปดาห์นี้มีงบการเงินสำคัญในสหรัฐฯ (Netflix และ SpaceX หลังปิดตลาดวันที่ 20 ตุลาคม Tesla, Meta, IBM และ Texas Instruments วันที่ 21 ตุลาคม) ซึ่งอาจบรรเทาหรือซ้ำเติมบรรยากาศ ตัวเลขในบทความเป็นข้อมูลระหว่างวันที่ 20 ตุลาคม และอาจเปลี่ยนแปลงเมื่อปิดตลาด

ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: บทความนี้เพื่อให้ข้อมูลและการวิเคราะห์เท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน ข้อมูลอ้างอิงจากรายงานสาธารณะวันที่ 19–20 ตุลาคม 2026 และอาจมีการเปลี่ยนแปลง