Nasdaq ร่วง 2.6% ดัชนีเซมิคอนดักเตอร์ SOX ดิ่ง 6.7% ในวันเดียว: เมื่อ “เรื่องเล่า AI มีรอยรั่ว” เงินไหลเข้าพันธบัตรและหุ้นเชิงรับ
การซื้อขายวันพฤหัสบดีที่ 22 ตุลาคม 2026 บนวอลล์สตรีทแบ่งขั้วอย่างชัดเจน: ดัชนี Nasdaq Composite ลดลง 694.00 จุด (−2.60%) ปิดที่ 26,008.86 จุด เป็นการลดลงรายวันแรงที่สุดนับตั้งแต่ต้นเดือนมิถุนายน ส่วน S&P 500 ลดลง 1.21% เหลือ 7,663.43 จุด ขณะที่ Dow Jones แทบไม่เปลี่ยนแปลง (+0.02% ที่ 52,867.98 จุด) และ Russell 2000 ขยับขึ้น 0.11% เป็น 2,784.03 จุด เบื้องหลังความต่างนี้คือมุมมองที่กำลังแพร่ออกไปว่า เรื่องเล่าของ AI ยังอยู่ แต่ตลาดกำลังตรวจสอบ “ราคาที่ต้องจ่าย” เพื่อไล่ตามมันอย่างเข้มงวดกว่าที่เคย
ภาพรวมการปิดตลาดวันที่ 22 ตุลาคม
| ดัชนี / สินทรัพย์ | ราคาปิด | การเปลี่ยนแปลง |
|---|---|---|
| Nasdaq Composite | 26,008.86 | −2.60% |
| S&P 500 | 7,663.43 | −1.21% |
| Dow Jones | 52,867.98 | +0.02% |
| Russell 2000 | 2,784.03 | +0.11% |
| ดัชนีเซมิคอนดักเตอร์ฟิลาเดลเฟีย (SOX) | — | −6.7% |
| ผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐอายุ 10 ปี | 4.952% | −19.3 bps |
| น้ำมันเบรนต์ | 113.17 ดอลลาร์/บาร์เรล | ประมาณ +4% |
ตามรายงานของรอยเตอร์ SOX ลดลง 6.7% ซึ่งเป็นการลดลงรายวันมากที่สุดนับตั้งแต่วันที่ 23 มิถุนายน ปัจจุบันดัชนีอยู่ต่ำกว่าระดับปิดสูงสุดเมื่อวันที่ 22 มิถุนายนกว่า 26% แต่ยังเพิ่มขึ้นราว 51.5% นับจากต้นปี สูงกว่า S&P 500 ที่เพิ่มขึ้นราว 11.9% มาก ทั้งนี้ ตัวเลขระหว่างวันถูกสื่อต่าง ๆ ปรับปรุงหลายครั้ง บทความนี้ใช้ตัวเลขปิดตลาดล่าสุดที่เผยแพร่
ชิปและ AI ถูกเทขาย หุ้นเชิงรับถูกซื้อ
หุ้นชิปเป็นหัวหอกของการลดลง: Intel, AMD, Sandisk และ Marvell ต่างลดลงเกิน 8% ภายในวันเดียว Meta ลดลงราว 7.0% แม้ผลประกอบการดีกว่าคาด เนื่องจากบริษัทมีกระแสเงินสดติดลบเป็นครั้งแรกในรอบกว่าทศวรรษจากการใช้จ่ายด้าน AI และประกาศแตกพาร์ 2 ต่อ 1 พร้อมออกหุ้นไม่มีสิทธิออกเสียงเพื่อระดมทุน ส่วน Tesla ลดลง 3.1% แม้กระแสเงินสดอิสระเป็นบวกเกินคาดและลดแผนลงทุนปี 2026
ในทางตรงข้าม เงินไหลเข้าหุ้นที่มีเรื่องราวกำไรชัดเจน: Spotify เพิ่มขึ้น 11.1% หลังคาดการณ์กำไรไตรมาส 4 สูงกว่าคาด Blackstone เพิ่มขึ้น 8.4% Lockheed Martin เพิ่มขึ้น 7.0% หลังปรับเพิ่มคาดการณ์ยอดขายและกำไรทั้งปี Procter & Gamble เพิ่มขึ้น 5.6% และ Union Pacific เพิ่มขึ้น 3.6% ที่น่าสนใจคือ Blackstone ระบุว่าส่วนต่างเครดิตที่ขยายกว้างขึ้นของหนี้ที่เกี่ยวข้องกับ AI อาจเป็นโอกาสในการล็อกผลตอบแทนที่สูงขึ้น สะท้อนว่าแม้นักลงทุนด้านสินเชื่อก็กำลังประเมินความเสี่ยงของวัฏจักรการใช้จ่าย AI ใหม่
ความกว้างของตลาดแย่กว่าตัวเลขดัชนี
บน Nasdaq มีหุ้นปรับขึ้น 2,022 ตัว เทียบกับปรับลง 2,766 ตัว โดยทำจุดสูงสุดใหม่ 82 ตัว แต่ทำจุดต่ำสุดใหม่ 342 ตัว ส่วนใน NYSE หุ้นที่ทำจุดต่ำสุด 52 สัปดาห์ (366 ตัว) มากกว่าจุดสูงสุด (173 ตัว) ถึงสองเท่า ปริมาณซื้อขายอยู่ที่ 18.79 พันล้านหุ้น สูงกว่าค่าเฉลี่ย 20 วันที่ 17.19 พันล้านหุ้น กล่าวคือนี่ไม่ใช่การเทขายเพียงไม่กี่ตัวใหญ่ แต่เป็นการลดลงด้วยปริมาณสูงในกลุ่มเทคโนโลยี ขณะที่กลุ่มอื่นเพียงขยับขึ้นเล็กน้อยหรือทรงตัว
สำหรับฤดูประกาศงบ ข้อมูลจาก LSEG ระบุว่า จาก 111 บริษัทใน S&P 500 ที่รายงานผลไตรมาส 3 แล้ว ราว 83% ทำกำไรได้ดีกว่าคาด ซึ่งหมายความว่าปัญหาของวันนี้ไม่ใช่การที่บริษัท “ทำไม่ได้ตามนัด” แต่เป็นความอ่อนไหวต่อการใช้จ่ายและกระแสเงินสดของกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับ AI Oliver Pursche จาก Wealthspire Advisors อธิบายว่าตลาดตอนนี้ “อ่อนไหวเป็นพิเศษ” ต่อรายงานของหุ้นกลุ่ม AI
ตลาดพันธบัตร: ผลตอบแทนลดลงแรง แต่ไม่ใช่ข่าวดีเสมอไป
ผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐอายุ 10 ปีลดลงราว 19.3 bps เหลือ 4.952% ซึ่งตามรายงานของ The Market Breakdown เป็นการลดลงรายวันมากที่สุดนับตั้งแต่เดือนมีนาคม 2023 ส่วนอายุ 30 ปีลดลงเหลือ 5.286% สาเหตุที่ถูกกล่าวถึงได้แก่ความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัยเมื่อหุ้นเทคโนโลยีอ่อนแอ ความกังวลต่อการคลังของฝรั่งเศส และความเสี่ยงต่อการเติบโตจากพลังงานราคาแพง ควรเข้าใจว่าต้นทุนกู้ยืมของบริษัทประกอบด้วยทั้งผลตอบแทนอ้างอิงและส่วนต่างเครดิต หากผลตอบแทนอ้างอิงลด 20 bps แต่ส่วนต่างเครดิตกว้างขึ้น 40 bps ต้นทุนกู้จริงก็ยังเพิ่มขึ้น นี่คือเหตุผลที่ผลตอบแทนที่ลดลงไม่ได้ “ช่วย” กลุ่มเทคโนโลยีที่ต้องระดมทุนโดยอัตโนมัติ
น้ำมัน เฟด และความเสี่ยงมหภาคที่ซ้อนกัน
น้ำมันเบรนต์เพิ่มขึ้นราว 4% เป็น 113.17 ดอลลาร์/บาร์เรล และ WTI เพิ่มขึ้นราว 2.4% เป็น 99.47 ดอลลาร์/บาร์เรล หลังกลุ่มฮูตีที่อิหร่านหนุนหลังโจมตีเป้าหมายในซาอุดีอาระเบีย ดันราคาน้ำมันขึ้นสู่ระดับสูงสุดในรอบ 5 เดือน ยอดขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ยังอยู่ใกล้ระดับต่ำสุดในหลายทศวรรษ ซึ่งสนับสนุนแนวทางคุมเข้มของเฟด ตลาดกำลังคาดการณ์การขึ้นดอกเบี้ยราว 25 bps ก่อนสิ้นปี การผสมผสานของ “การใช้จ่าย AI ที่แพง พลังงานราคาสูง และเฟดที่ผ่อนคลายได้ยาก” คือเหตุผลที่หุ้นเติบโตมูลค่าสูงถูกกดดันมากที่สุด
สิ่งที่นักลงทุนควรติดตาม
สามประเด็นที่ควรเฝ้าดู: (1) SOX จะยืนได้หรือไม่หลังลดลงกว่า 26% จากจุดสูงสุดเดือนมิถุนายน หรือแรงขายจะต่อเนื่อง (2) รายงานของบริษัท AI ที่จะตามมาจะตอบคำถาม “ลงทุนเท่าไรและคืนทุนเมื่อใด” อย่างไร (3) ทิศทางผลตอบแทนและส่วนต่างเครดิต โดยเฉพาะหนี้ที่เชื่อมโยงกับ AI การปรับตัวขึ้นของหุ้นเชิงรับแสดงว่าตลาดเริ่มเลือกมากขึ้น แต่ต้องใช้หลายวันติดต่อกันจึงจะยืนยันได้ว่าเป็นการหมุนเวียนที่ยั่งยืน ไม่ใช่เพียงปฏิกิริยาชั่วคราว
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: บทความนี้เป็นข้อมูลและการวิเคราะห์เท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน ข้อมูลมาจากรอยเตอร์ (ผ่าน Honolulu Star-Advertiser) The Market Breakdown และแหล่งข้อมูลสาธารณะ ณ วันที่ 22–23 ตุลาคม 2026 โปรดศึกษาด้วยตนเองก่อนตัดสินใจ