KOSPI ดิ่ง 3.65% ลงมาที่ 6,384 จุด: ต่างชาติขายสุทธิเกิน 2 ล้านล้านวอนเป็นวันที่ 5 ติดต่อกัน ขณะที่แรงหนุนจากการซื้อหุ้นคืนของ Samsung และ SK Hynix ค่อยๆ หมดลง

วันที่เผยแพร่: 12 ตุลาคม 2026 — หมวด: หุ้นต่างประเทศ

การซื้อขายวันแรกของตลาดโซลหลังวันหยุดฮันกึล (9 ต.ค.) กลายเป็นวัน "ชำระหนี้" ที่เจ็บปวด ตามรายงานปิดตลาดของ Financial News ดัชนี KOSPI ปิดวันที่ 12 ตุลาคม 2026 ที่ 6,384.24 จุด ลดลง 241.69 จุด (-3.65%) เป็นการปรับตัวลงวันที่ 4 ติดต่อกัน และเป็นการลดลงรายวันมากที่สุดในรอบราวหนึ่งเดือน ส่วน KOSDAQ หนักกว่า คือปิดที่ 849.19 จุด ลบ 4.83% หลังสัปดาห์ก่อนเคยทะลุ 900 จุด สิ่งที่ขัดแย้งคือการร่วงนี้เกิดขึ้นเพียงไม่กี่วันหลัง Samsung Electronics ประกาศกำไรรายไตรมาสสูงเป็นประวัติการณ์

ภาพรวมวันที่ 12 ต.ค.: หุ้นชิปหน่วยความจำนำตลาดลง

ตัวชี้วัด (12 ต.ค. 2026)ราคาปิดการเปลี่ยนแปลง
KOSPI6,384.24 จุด-3.65%
KOSDAQ849.19 จุด-4.83%
Samsung Electronics250,500 วอน-4.39%
SK Hynix1,605,000 วอน-4.52% (ลบ 4 วันติด)
EcoPro (KOSDAQ)84,200 วอน-8.38%
นักลงทุนต่างชาติ (กระดานหลัก)ขายสุทธิ 2.0194 ล้านล้านวอนขายสุทธิวันที่ 5 ติดต่อกัน
นักลงทุนรายย่อยซื้อสุทธิ 1.4792 ล้านล้านวอนแรงพยุงหลัก

Samsung และ SK Hynix มีน้ำหนักสูงมากใน KOSPI เพียงสองตัวนี้ลดลงเกิน 4% ก็พอจะลากทั้งดัชนีลงได้ ตามข้อมูลของ Invezz ช่วงเช้าดัชนีเคยลบลึกกว่า 3% ก่อนจะแคบลง โดยจุดต่ำสุดช่วงเที่ยงอยู่ราว 6,417 จุด แต่แรงขายเพิ่มขึ้นช่วงท้ายตลาดและกดให้ดัชนีหลุด 6,400 จุดในที่สุด

ความย้อนแย้ง: กำไรทำสถิติ แต่ราคาหุ้นยังลง

เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2026 Samsung ประกาศผลเบื้องต้นไตรมาส 3 กำไรจากการดำเนินงานราว 107.4 ล้านล้านวอน เพิ่มขึ้น 782.5% จากปีก่อน และเป็นไตรมาสแรกที่บริษัทเกาหลีใต้ทำกำไรเกิน 100 ล้านล้านวอน รายได้ราว 195 ล้านล้านวอน เพิ่มขึ้น 126.6% ตามรายงานของ The Korea Times กำไรสูงกว่าค่าเฉลี่ยนักวิเคราะห์เล็กน้อย (ราว 106.64 ล้านล้านวอน) ขณะที่รายได้ต่ำกว่าคาด (ราว 200.64 ล้านล้านวอน) ตัวขับเคลื่อนหลักคือชิปหน่วยความจำ โดยเฉพาะ HBM4 สำหรับแพลตฟอร์ม Vera Rubin ของ Nvidia และราคา DRAM ที่ปรับขึ้นต่อเนื่อง ผลประกอบการฉบับเต็มจะประกาศวันที่ 29 ตุลาคม

แต่หุ้น Samsung ยังลง 2.42% ในวันประกาศ และ KOSPI ลบ 2.62% ในวันที่ 8 ต.ค. ตลาดกำลังสื่อว่าข่าวดีถูกสะท้อนในราคาไปแล้ว เมื่อกลุ่มหนึ่งวิ่งแรงด้วยความคาดหวังเรื่อง AI กำไรสถิติใหม่ก็ไม่พอจะสร้างแรงขึ้นเพิ่ม Kim Seok-hwan นักวิเคราะห์จาก Mirae Asset มองว่าหุ้นชิปสองตัวนี้กำลังรับความกังวลรอบใหม่เรื่องรายได้ของ OpenAI และวันหยุด 9 ต.ค. ทำให้นักลงทุนเกาหลีต้องรับทั้งแรงขายหุ้นเทคฯ สหรัฐฯ วันที่ 8 ต.ค. และการรีบาวด์บางส่วนในวันถัดมาในการซื้อขายวันเดียว

กระแสเงินทุนต่างชาติคือปัจจัยชี้ขาด

Lee Jae-won จาก Yuanta Securities ระบุว่า ความกังวลใหญ่สุดของตลาดในประเทศตอนนี้ไม่ใช่กำไรเซมิคอนดักเตอร์ แต่คือกระแสเงินทุนต่างชาติ ต่างชาติขายสุทธิมา 5 วันติด และเฉพาะวันที่ 12 ต.ค. ขายสุทธิราว 2.02 ล้านล้านวอน ตามข้อมูลระหว่างวันของ Invezz ช่วงเช้าพวกเขาขาย SK Hynix ราว 9.19 แสนล้านวอน และ Samsung ราว 4.62 แสนล้านวอน แรงกดดันจึงกระจุกอยู่ที่หุ้นหน่วยความจำยักษ์ใหญ่สองตัวนี้ ในทางกลับกัน นักลงทุนรายย่อยเกาหลีซื้อสุทธิกว่า 1.4 ล้านล้านวอน รับบทผู้พยุงราคาตามเคย

แรงหนุนจากการซื้อหุ้นคืนกำลังหมดลง

ปัจจัยเชิงโครงสร้างที่ได้รับความสนใจน้อย: Seoul Economic Daily รายงานว่าโครงการซื้อหุ้นคืนของ Samsung Electronics และ SK Hynix รวมกันราว 55 ล้านล้านวอน กำลังจะสิ้นสุด Samsung ซื้อคืนครบเมื่อ 6 ต.ค. ส่วน SK Hynix ดำเนินการไปเกือบทั้งหมดแล้ว แรงซื้อสุทธิจากบริษัทอื่นที่เคยช่วยให้ดัชนียืนอยู่ได้ท่ามกลางแรงขายต่างชาติก็ชะลอลงอย่างมาก เมื่อแรงซื้อนี้หายไป ราคาหุ้นจะรับผลจากกระแสเงินต่างชาติและสถาบันโดยตรงมากขึ้น นักวิเคราะห์ยังชี้ว่าตลาดเกาหลีกำลังแยกทางจากแรงขึ้นของตลาดโลกที่ขับเคลื่อนด้วย AI เพราะพึ่งพากำไรชิปหน่วยความจำมากเกินไป ซึ่งเป็นความเสี่ยงจากการกระจุกตัว

มุมมองด้านมูลค่าและปฏิทินข้อมูลสัปดาห์นี้

ด้านบวก: ตาม Seoul Economic Daily ค่า P/E คาดการณ์ 12 เดือนของ KOSPI อยู่ที่เพียงราว 5.26 เท่า ใกล้ระดับต่ำสุดในประวัติศาสตร์ นักวิเคราะห์บางรายระบุว่า หากใช้ P/E เพียง 6 เท่า ดัชนีก็อาจฟื้นไปแถว 7,700 จุด อย่างไรก็ตามนี่เป็นฉากทัศน์ที่มีเงื่อนไข ไม่ใช่การคาดการณ์ที่แน่นอน สัปดาห์นี้ตลาดรอตัวเลข CPI เดือนกันยายนของสหรัฐฯ (14 ต.ค.) รวมถึง PPI และยอดค้าปลีก (15 ต.ค.) ตัวเลขที่ออกมาเย็นลงอาจช่วยลดแรงกดดันต่อผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ ราคาน้ำมัน และค่าเงินวอน แต่ตัวเลขที่ร้อนแรงอาจทำให้ฉากทัศน์ที่ต่างชาติถอนเงินต่อชัดเจนขึ้น วันที่ 12 ต.ค. ตลาดญี่ปุ่นปิดทำการเนื่องจากวันกีฬา ดัชนี Nikkei 225 จะกลับมาเปิดวันที่ 13 ต.ค. หลังปิดสัปดาห์ก่อนที่ 69,030.92 จุด

บทสรุป

การซื้อขายวันที่ 12 ต.ค. ชี้ว่าหุ้นชิปหน่วยความจำเกาหลีกำลังเปลี่ยนจาก "เรื่องราวของกำไร" ไปเป็น "เรื่องราวของกระแสเงินทุน" กำไรสถิติไม่พอจะพลิกแนวโน้มเมื่อต่างชาติขายสุทธิ โครงการซื้อหุ้นคืนสิ้นสุด และความกังวลเรื่องฟองสบู่ AI ยังไม่คลี่คลาย สำหรับผู้ติดตามตลาดเอเชีย มีสามเรื่องที่ควรจับตา คือต่างชาติจะกลับมาซื้อสุทธิหรือไม่ ตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐฯ วันที่ 14 ต.ค. และผลประกอบการฉบับเต็มของ Samsung วันที่ 29 ต.ค. โปรดทราบว่าบางแหล่งข่าวมีตัวเลขระหว่างวันที่แตกต่างกันเล็กน้อย บทความนี้จึงให้น้ำหนักกับตัวเลขปิดตลาดอย่างเป็นทางการ

ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: บทความนี้มีไว้เพื่อให้ข้อมูลและการวิเคราะห์เท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน และไม่ใช่การแนะนำให้ซื้อหรือขายหลักทรัพย์ใดๆ โปรดศึกษาด้วยตนเองและพิจารณาความเสี่ยงที่ยอมรับได้ของคุณ

แหล่งอ้างอิง