Goldman Sachs กำไรต่อหุ้น 17.01 ดอลลาร์ รายได้ธุรกิจหุ้นพุ่ง 72% ขณะที่ JPMorgan และ Wells Fargo รายได้พลาดเป้า: ฤดูกาลผลประกอบการธนาคารสหรัฐไตรมาส 3/2026 แยกทิศ

วันที่เผยแพร่: 14 ตุลาคม 2026 — หมวด: หุ้นต่างประเทศ

เมื่อวันที่ 13 ตุลาคม 2026 ธนาคารใหญ่ของสหรัฐเปิดฤดูกาลประกาศผลประกอบการไตรมาส 3 ด้วยภาพที่แตกต่างกันชัดเจน Goldman Sachs รายงานกำไรต่อหุ้น (EPS) 17.01 ดอลลาร์ สูงกว่าที่ตลาดคาดไว้ราว 12.4–13.7 ดอลลาร์ (ต่างกันตามแหล่งข้อมูล) โดยได้แรงหนุนจากธุรกิจซื้อขายหุ้นที่เติบโต 72% ขณะที่ JPMorgan Chase และ Wells Fargo ถูกรายงานว่ารายได้ต่ำกว่าคาด ส่วน Citigroup มี EPS สูงกว่าคาดแต่กำไรจากบัตรเครดิตลดลง สำหรับนักลงทุน การเติบโตกำลังกระจุกอยู่ที่โต๊ะซื้อขายและการบริหารสินทรัพย์ ขณะที่ธุรกิจสินเชื่อแบบดั้งเดิมทรงตัว

ตัวเลขสำคัญโดยสรุป

ธนาคารEPS (เทียบคาดการณ์)รายได้ (เทียบคาดการณ์)ปฏิกิริยาของราคาหุ้น
Goldman Sachs17.01 ดอลลาร์ (คาด ~12.4–13.7 ดอลลาร์)18.68 พันล้านดอลลาร์ (คาด ~16.9–17.0 พันล้านดอลลาร์)ขึ้นราว 1–4% ช่วงเปิดตลาด (ต่างกันตามแหล่งข้อมูล)
JPMorgan Chase5.75 ดอลลาร์ (คาด 5.93 ดอลลาร์)50.17 พันล้านดอลลาร์ (คาด 51.23 พันล้านดอลลาร์)ใกล้เคียงเดิม
Citigroup2.85 ดอลลาร์ (คาด ~2.41–2.65 ดอลลาร์)23.85 พันล้านดอลลาร์ (คาด 23.72 พันล้านดอลลาร์)ลดลงเล็กน้อย ตัวเลขระหว่างแหล่งข้อมูลยังไม่ตรงกันทั้งหมด
Wells Fargo1.87 ดอลลาร์ (คาด 1.84 ดอลลาร์)21.87 พันล้านดอลลาร์ (คาด 22.31 พันล้านดอลลาร์)ลดลงราว 3%

หมายเหตุ: ตัวเลขคาดการณ์และการเคลื่อนไหวของราคาหุ้นแตกต่างกันระหว่างแหล่งข้อมูล ตารางนี้ใช้เป็นข้อมูลอ้างอิง ณ เวลาที่เผยแพร่เท่านั้น

Goldman Sachs: ธุรกิจหุ้นคือเครื่องยนต์

รายได้จากการซื้อขายหุ้นของ Goldman อยู่ที่ 6.44 พันล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 72% จากปีก่อน โดยธุรกิจสนับสนุนเงินทุนด้านหุ้น (equities financing) โต 96% จากบริการทางการเงินให้เฮดจ์ฟันด์และตราสารอนุพันธ์ รายได้ของ Global Banking & Markets อยู่ที่ 13.46 พันล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 32% ขณะที่การซื้อขายตราสารหนี้ สกุลเงิน และสินค้าโภคภัณฑ์ (FICC) ลดลง 1% เหลือ 3.47 พันล้านดอลลาร์ ค่าธรรมเนียมวาณิชธนกิจอยู่ที่ 3.22 พันล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 21% โดยค่าที่ปรึกษาทำสถิติสูงสุดที่ 1.65 พันล้านดอลลาร์ แต่ปริมาณงานที่รอดำเนินการ (backlog) ลดลงจากสิ้นไตรมาส 2 เป็นหลักเพราะกิจกรรมที่ปรึกษาชะลอลง

ธุรกิจบริหารสินทรัพย์และความมั่งคั่งมีรายได้ 5.05 พันล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 14% โดยสินทรัพย์ภายใต้การดูแลสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 4.1 ล้านล้านดอลลาร์ อัตราส่วนเงินทุน CET1 แบบมาตรฐานอยู่ที่ 12.4% ลดลงจาก 14.3% ณ สิ้นปี 2025 เนื่องจากการซื้อหุ้นคืน (2.9 ล้านหุ้น ราคาเฉลี่ยราว 1,048.73 ดอลลาร์) และการจ่ายเงินปันผล การบริจาคเพื่อการกุศลราว 450 ล้านดอลลาร์ก็กดกำไรในไตรมาสนี้เช่นกัน

JPMorgan และ Wells Fargo: มั่นคงแต่ยังไม่พอ

JPMorgan มีรายได้ดอกเบี้ยสุทธิราว 27.04 พันล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 12.8% และรายได้ฝ่ายธนาคารพาณิชย์และวาณิชธนกิจเพิ่ม 14.4% เป็น 22.73 พันล้านดอลลาร์ โดยค่าธรรมเนียมวาณิชธนกิจราว 3 พันล้านดอลลาร์ (+14%) อย่างไรก็ตาม การซื้อขายตราสารหนี้อ่อนแอลง และรายได้รวมตามข้อมูลที่รวบรวมต่ำกว่าคาด ค่าเผื่อผลขาดทุน 2.74 พันล้านดอลลาร์รวมรายการราว 2.2 พันล้านดอลลาร์ที่เกี่ยวกับการทำธุรกรรมพอร์ตบัตร Apple Card จึงเทียบกับปีก่อนโดยตรงได้ยาก

Wells Fargo มีรายได้ 21.87 พันล้านดอลลาร์ รายได้ดอกเบี้ยสุทธิ 12.52 พันล้านดอลลาร์ (ต่ำกว่าคาดเล็กน้อย) และค่าเผื่อผลขาดทุนด้านเครดิต 1.03 พันล้านดอลลาร์ สูงกว่า 914 ล้านดอลลาร์ในไตรมาสก่อนและ 681 ล้านดอลลาร์ในช่วงเดียวกันของปีก่อน อัตราตัดหนี้สูญสุทธิ 0.38% โดยหนี้สูญฝั่งผู้บริโภคดีขึ้นเป็น 0.90% แต่ฝั่งธุรกิจเพิ่มเป็น 0.22% สินทรัพย์ลูกค้าด้านบริหารความมั่งคั่งเพิ่ม 11% เป็น 2.45 ล้านล้านดอลลาร์ และกำไรของหน่วยนี้เพิ่ม 19% ธนาคารยังอยู่ภายใต้เพดานสินทรัพย์ของเฟด

Citigroup: ตลาดดี บัตรเครดิตอ่อน

Citigroup มีรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ 16.98 พันล้านดอลลาร์ (+13.7%) รายได้ธุรกิจตลาด 6.1 พันล้านดอลลาร์ (+6% จากปีก่อน แต่ลดลง 13% จากไตรมาสก่อน) และค่าธรรมเนียมวาณิชธนกิจ 1.35 พันล้านดอลลาร์ (+9%) จุดอ่อนคือกำไรบัตรเครดิตลดลง 8% จากต้นทุนสิทธิประโยชน์และการตั้งสำรองที่เพิ่มขึ้น

สิ่งที่นักลงทุนควรติดตาม

ประการแรก รายได้จากการซื้อขายและการให้เงินทุนเฮดจ์ฟันด์เป็นวัฏจักร หากความผันผวนของตลาดลดลง การเติบโต 72% คงรักษาไว้ยาก ประการที่สอง backlog ที่ปรึกษาของ Goldman ที่ลดลงบ่งชี้ว่าดีลควบรวมกิจการอาจชะลอ ประการที่สาม คุณภาพสินเชื่อผู้บริโภคและภาคธุรกิจ โดยเฉพาะค่าเผื่อของ Wells Fargo และธุรกิจบัตรของ Citigroup เป็นสัญญาณเตือนล่วงหน้าเรื่องสุขภาพผู้กู้ในภาวะที่ผลตอบแทนพันธบัตรสูง Bank of America และ Morgan Stanley คาดว่าจะรายงานผลในสัปดาห์นี้ ซึ่งจะช่วยยืนยันแนวโน้ม กองทุน XLF ของกลุ่มการเงินปรับขึ้นราว 1% ขณะที่ SPY แทบไม่เปลี่ยนแปลง แสดงว่าตลาดยังไม่มองเป็นแรงกระแทกร่วม

ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: บทความนี้ให้ข้อมูลและการวิเคราะห์เท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน ตัวเลขอาจแตกต่างกันระหว่างแหล่งข้อมูลและอาจมีการแก้ไข โปรดศึกษาด้วยตนเองก่อนตัดสินใจ

แหล่งอ้างอิง