Constellation Energy พุ่ง 14.8% จากดีลนิวเคลียร์ 20 ปีกับ Google: กำลังผลิตใหม่ 890 MW เงินลงทุน 4.3 พันล้านดอลลาร์ และบททดสอบการส่งมอบปี 2028

ในการซื้อขายวันที่ 6 ตุลาคม 2026 ท่ามกลางภาวะที่ S&P 500 ทำสถิติสูงสุดใหม่ที่ 7,818.93 จุด หุ้น Constellation Energy (NASDAQ: CEG) ปิดบวก 14.84% เป็นหนึ่งในหุ้นขนาดใหญ่ที่ปรับขึ้นแรงที่สุดของวัน ตัวเร่งคือข้อตกลง 20 ปีกับ Google (Alphabet) เพื่อจัดหาไฟฟ้านิวเคลียร์ให้โครงสร้างพื้นฐาน AI ซึ่งเป็นดีลลักษณะเดียวกันดีลที่สองภายในสัปดาห์เดียว ต่อจาก Amazon

รายละเอียดของข้อตกลง

ตามที่ Bloomberg, Benzinga และ TIKR รายงาน ข้อตกลงประกอบด้วยสามส่วน ส่วนแรกคือสัญญาซื้อขายไฟฟ้า 20 ปีสำหรับกำลังผลิตนิวเคลียร์ใหม่ 890 MW บนระบบ PJM Interconnection ซึ่งมาจากการเพิ่มกำลังผลิต (uprate) ที่เตาปฏิกรณ์ 11 เครื่องในรัฐอิลลินอยส์ เพนซิลเวเนีย และนิวเจอร์ซีย์ ด้วยเงินลงทุนรวมกว่า 4.3 พันล้านดอลลาร์ โดยโครงการแรกคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในปี 2028 ส่วนที่สองคือสัญญาจัดหาไฟฟ้า 15 ปีประมาณ 2,700 MW จากโรงไฟฟ้าเดิมของ Constellation บน PJM และส่วนที่สามคือพันธมิตรด้านเทคโนโลยี 5 ปีผ่าน Google Cloud

เมื่อรวมกัน Google ได้ไฟฟ้าสะอาดแบบเบสโหลดราว 3,590 MW ส่วน Constellation ได้ลูกค้าระยะยาวที่จ่ายทั้งค่าไฟจากกำลังผลิตเดิมและกำลังผลิตใหม่ จุดต่างจากสัญญาที่เพียง “ล็อก” แหล่งไฟฟ้าที่มีอยู่คือส่วน 890 MW ต้องก่อสร้างเพิ่ม Constellation จึงรับความเสี่ยงด้านการดำเนินงานเอง

ปฏิกิริยาของตลาด

ก่อนตลาดเปิด CEG ปรับขึ้นประมาณ 8.4% ที่ 289.98 ดอลลาร์ แต่ยังลดลงราว 17.9% นับจากต้นปี และต่ำกว่าระดับสูงสุด 52 สัปดาห์ที่ 412.70 ดอลลาร์ประมาณ 29.7% เมื่อคำนวณจากการปิดบวก 14.84% ราคาน่าจะอยู่ราว 307 ดอลลาร์ (เป็นตัวเลขประมาณการจากอัตราเพิ่ม ไม่ใช่ข้อมูลทางการ) ซึ่งยังห่างจากจุดสูงสุดเดิมมาก แสดงว่าแรงซื้อส่วนใหญ่เป็นการฟื้นตัวหลังการปรับฐานลึก มากกว่าการปรับมูลค่าใหม่ทั้งระบบ

ในวันเดียวกันบรรยากาศตลาดโดยรวมเป็นบวก Nasdaq Composite ปิดที่ 27,599.79 จุด Dow Jones ที่ 51,521.28 จุด อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐอายุ 10 ปีลดลง 3.6 bps เหลือ 5.275% และราคาน้ำมันอ่อนตัวหลัง G7 ประกาศปล่อยน้ำมันสำรอง สภาพแวดล้อมนี้เอื้อต่อหุ้นสาธารณูปโภคเชิงการเติบโตที่อ่อนไหวต่อดอกเบี้ย

ทำไมไฟฟ้านิวเคลียร์จึงเป็น “สินค้าฮอต” ของ AI

ศูนย์ข้อมูล AI ต้องการไฟฟ้าที่เสถียรตลอด 24 ชั่วโมงและไม่ขึ้นกับสภาพอากาศ ขณะที่คิวเชื่อมต่อระบบไฟฟ้าในหลายพื้นที่ยาวนานหลายปี ไฟฟ้านิวเคลียร์ตอบโจทย์ทั้งสองข้อและใช้โรงไฟฟ้าเดิมได้ ในเดือนกันยายน 2024 Microsoft ตกลงเดินเครื่องหนึ่งหน่วยที่ Three Mile Island ใหม่ วันที่ 30 กันยายน 2026 Amazon ลงนามสัญญา 20 ปีกับ Constellation เกี่ยวกับกำลังผลิตใหม่ 190 MW ที่ Calvert Cliffs (แมริแลนด์) เงินลงทุนกว่า 3 พันล้านดอลลาร์ และตอนนี้ถึงคิวของ Google รวมสองสัญญาล่าสุด Constellation มีกำลังผลิตใหม่ที่ผูกกับบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ราว 1,080 MW

แนวโน้มและข้อควรระวัง

จากที่ TIKR สรุป นักวิเคราะห์คาดว่ากำไรต่อหุ้นแบบ normalized จะเพิ่มขึ้นราว 76% จาก 9.39 ดอลลาร์ในปี 2025 เป็น 16.52 ดอลลาร์ในปี 2028 มติเฉลี่ยของนักวิเคราะห์ 20 ราย คือ “Overweight” ราคาเป้าหมายเฉลี่ย 349 ดอลลาร์ หรือมีโอกาสปรับขึ้นราว 20% เมื่อเทียบกับก่อนข่าว อย่างไรก็ดี มีสัญญาณที่สวนทางด้วย คือตั้งแต่ปลายเดือนกรกฎาคม Barclays, Wells Fargo และ UBS ต่างเคยลดราคาเป้าหมาย และค่า P/E คาดการณ์ของหุ้นหดตัวในช่วงปีที่ผ่านมาแม้กำไรเติบโต

ความเสี่ยงใหญ่ที่สุดคือการลงมือทำ การเพิ่มกำลังผลิตที่เตา 11 เครื่องต้องเสร็จตามกำหนดและตามงบ โดยปี 2028 เป็นบททดสอบแรก นอกจากนี้ยังมีความเสี่ยงด้านการอนุญาตจากหน่วยงานกำกับดูแลนิวเคลียร์ ต้นทุนเชื้อเพลิงและห่วงโซ่อุปทาน รวมถึงความเป็นไปได้ที่ลูกค้าโครงสร้างพื้นฐาน AI จะปรับแผนลงทุน ผลกระทบต่อหุ้นอย่าง Vistra, Talen หรือกลุ่มเตาปฏิกรณ์ขนาดเล็กขึ้นอยู่กับว่าตลาดมองว่านี่เป็นสัญญาณของทั้งอุตสาหกรรมหรือเป็นเรื่องเฉพาะของ Constellation

ข้อคิดสำหรับนักลงทุน

สำหรับผู้ติดตามตลาดสหรัฐ กรณีนี้ชี้ว่าห่วงโซ่มูลค่าของ AI ไม่ได้มีแค่ชิปและคลาวด์ ไฟฟ้ากำลังกลายเป็นคอขวดที่มีราคา สัญญาระยะยาวทำให้คาดการณ์รายได้ง่ายขึ้น แต่หุ้นที่ขึ้น 14.8% ในวันเดียวก็หมายถึงความคาดหวังถูกยกสูงขึ้น หากความคืบหน้าล่าช้าราคาอาจผันผวนมาก นักลงทุนควรติดตามจุดอนุมัติ งบไตรมาส 3 ที่จะประกาศ และความคืบหน้าของโครงการ uprate แรก แทนที่จะดูเพียงราคาวันเดียว


ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: บทความนี้จัดทำเพื่อให้ข้อมูลและการศึกษาเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน ราคาหุ้นผันผวนสูง โปรดศึกษาข้อมูลด้วยตนเองก่อนตัดสินใจ

แหล่งอ้างอิง: Bloomberg (6 ตุลาคม 2026), Benzinga, TIKR, Finimize, TheStreet (สรุปตลาดหุ้น 6 ตุลาคม 2026)