Bao Viet (BVH) พุ่งทะลุซิลลิ่งท่ามกลางตลาดแดง: มูลค่าตลาดทะลุ 2.1 พันล้านดอลลาร์จากดอกเบี้ยเงินฝาก แต่ต่างชาติยังขายสุทธิ

อัปเดตวันที่ 29 ก.ย. 2026 — หุ้นเวียดนาม (ข้อมูลปิดตลาดวันที่ 28 ก.ย. 2026)

ท่ามกลางตลาดที่สีแดงลามทั่วกระดานเมื่อวันที่ 28 ก.ย. 2026 หุ้นของกลุ่มบริษัท Bao Viet (รหัส BVH) กลับเป็นชื่อที่โดดเด่นที่สุดในทิศทางตรงข้าม BVH ปิดที่ซิลลิ่ง เพิ่มขึ้น 6.98% ที่ 73,600 ดอง/หุ้น ส่งมูลค่าตลาดทะลุ 54,600 พันล้านดอง หรือมากกว่า 2.1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ปริมาณซื้อขายราว 3.4 ล้านหุ้น สูงกว่าช่วงที่ผ่านมาอย่างชัดเจน ขณะเดียวกัน VN-Index ลดลง 4.43 จุด (-0.25%) ปิดที่ 1,780.68 จุด โดยมีหุ้นปรับลง 456 ตัว เทียบกับหุ้นปรับขึ้น 250 ตัวในตลาด HOSE

ภาพรวมตลาดวันที่ 28 ก.ย.: กลุ่มพลังงานและประกันสวนกระแส

จากข้อมูลของ Vietstock และ HD Securities VN-Index เคยลงไปแตะจุดต่ำสุดของวันที่ 1,763.62 จุด ก่อนรีบาวด์ขึ้นจากแรงหนุนบริเวณเส้น MA50 กลุ่มพลังงานเป็นจุดสว่างที่สุด โดย BSR เพิ่ม 6.58% PVD เพิ่ม 3.61% และ GAS เพิ่ม 3.73% กลุ่มประกันก็ปรับตัวขึ้นจาก BVH ในทางกลับกัน กลุ่มธนาคาร หลักทรัพย์ และเหล็กถูกแรงขาย ส่วนกลุ่มบริการสื่อสารลดลง 3.29% (VGI ลด 3.74%) ในตะกร้า VN30 มีหุ้นลง 21 ตัว และขึ้นเพียง 8 ตัว

ประเด็นที่น่าสนใจคือ BVH อยู่ในกลุ่มหุ้นที่ช่วยหนุนดัชนีมากที่สุด ร่วมกับ BSR, GAS และ VHM หมายความว่าการขึ้นซิลลิ่งของ BVH ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของหุ้นตัวเดียว แต่ยังช่วยลดความลึกของการปรับลงของดัชนีในวันที่บลูชิพส่วนใหญ่ร่วง

ทำไม BVH จึงพุ่ง: เรื่องราวอยู่ที่ดอกเบี้ยเงินฝาก

ตามการวิเคราะห์ของ CafeBiz จากงบการเงินรวม ช่วง 6 เดือนแรกของปี 2026 Bao Viet มีกำไรก่อนหักภาษีราว 2,289 พันล้านดอง และกำไรหลังหักภาษีราว 1,863 พันล้านดอง เพิ่มขึ้นราว 34% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แรงขับเคลื่อนหลักไม่ได้มาจากธุรกิจประกันโดยตรง แต่มาจากธุรกิจลงทุนทางการเงิน

ตัวชี้วัด (ณ 30 มิ.ย. 2026 หรือ 6 เดือนแรก)ตัวเลข
สินทรัพย์รวมงบรวมประมาณ 315,683 พันล้านดอง
เงินฝากธนาคารประมาณ 166,709 พันล้านดอง
พันธบัตร/ตราสารหนี้ระยะยาวประมาณ 117,600 พันล้านดอง
รายได้จากกิจกรรมทางการเงินประมาณ 8,462 พันล้านดอง
เฉพาะดอกเบี้ยเงินฝากประมาณ 4,927 พันล้านดอง (+42% เทียบช่วงเดียวกัน)
อัตราดอกเบี้ยเงินฝาก / ตราสารหนี้ที่เปิดเผยสูงสุดราว 9.6% และ 10% ต่อปี

กล่าวอีกอย่างหนึ่ง สินทรัพย์กว่า 90% ของ Bao Viet อยู่ในการลงทุนที่ให้รายได้คงที่ จึงได้ประโยชน์โดยตรงจากระดับอัตราดอกเบี้ยที่สูง Vietcap คาดว่าผลตอบแทนการลงทุนอาจอยู่ในระดับสูงต่อไปจนถึงปลายปี 2026 และต่อเนื่องถึงปี 2027 ทำให้กำไรหลังหักภาษีเติบโตราว 45.9% ในปี 2026 และ 35.1% ในปี 2027 ทั้งนี้เป็นสมมติฐานของบริษัทหลักทรัพย์ ไม่ใช่ผลลัพธ์ที่ยืนยันแล้ว

ข้อย้อนแย้ง: ราคาขึ้นซิลลิ่ง แต่ต่างชาติยังขายสุทธิ

รายงานสรุปตลาดวันที่ 28 ก.ย. ระบุว่านักลงทุนต่างชาติขายสุทธิราว 292.79 พันล้านดองใน HOSE โดยกระจุกที่ VPB (ราว 200 พันล้านดอง) BVH (ราว 113.78 พันล้านดอง) และ CTG (ราว 73 พันล้านดอง) ทั้งตลาด ต่างชาติขายสุทธิราว 220 พันล้านดอง ซึ่งลดลงจากช่วงก่อนหน้า และเงินทุนต่างชาติเลือกไหลไปยังกลุ่มน้ำมันและก๊าซ โดย BSR ถูกซื้อสุทธิราว 52.6 พันล้านดอง

หากตัวเลขนี้ถูกต้อง แปลว่า BVH ขึ้นซิลลิ่งในขณะที่นักลงทุนต่างชาติเป็นฝ่ายขาย สะท้อนว่าแรงซื้อส่วนใหญ่มาจากนักลงทุนในประเทศ จึงควรติดตามการขึ้นซิลลิ่งครั้งนี้ต่อ แทนที่จะมองเป็นสัญญาณยืนยันแนวโน้มทันที

ความเสี่ยงที่ควรพิจารณา

  • พึ่งพาระดับอัตราดอกเบี้ย: กำไรที่โตมาจากดอกเบี้ยเงินฝากและพันธบัตรที่สูง หากดอกเบี้ยเงินฝากลดลง การเติบโตของธุรกิจลงทุนอาจชะลอ
  • มูลค่าหลังราคาขึ้น: มูลค่าตลาดทะลุ 2.1 พันล้านดอลลาร์หลังขึ้นซิลลิ่ง ทำให้ความคาดหวังบางส่วนสะท้อนในราคาไปแล้ว
  • สภาพคล่องและกระแสเงิน: ปริมาณ 3.4 ล้านหุ้นสูงกว่าปกติ แต่เพียงหนึ่งวันยังไม่พอยืนยันแนวโน้ม
  • สภาวะตลาดโดยรวม: ตาม HD Securities VN-Index กำลังทดสอบแนวรับ 1,760-1,775 จุด หากหลุด 1,763 จุด ดัชนีอาจลงไปที่ 1,725-1,740 จุด ขณะที่แนวต้านใกล้ตัวอยู่ราว 1,801 จุด

บทสรุป

การขึ้นซิลลิ่งของ BVH แสดงว่าเงินทุนในประเทศกำลังมองหาหุ้นที่มีเรื่องราวกำไรชัดเจน แม้ตลาดโดยรวมจะอ่อนแอ แต่รากฐานของเรื่องราวนี้ คือดอกเบี้ยเงินฝากสูง ทั้งเป็นจุดแข็งและเป็นตัวแปรที่อ่อนไหวต่อนโยบายการเงิน ส่วนการที่ต่างชาติยังขายสุทธิเป็นสัญญาณที่ต้องติดตามต่อในอีกหลายวันข้างหน้า


บทความนี้เป็นการวิเคราะห์และรวบรวมข้อมูลตลาด ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน นักลงทุนควรประเมินความเสี่ยงด้วยตนเองและศึกษาข้อมูลจากหลายแหล่งก่อนตัดสินใจซื้อขาย