สัปดาห์งบ Big Tech ชี้ชะตาเรื่องเล่า AI: ไมโครซอฟท์ อัลฟาเบท อเมซอนประกาศผล ขณะที่ Kospi ร่วงเกือบ 20% ในเดือนตุลาคม และ Brent ยังสูงกว่า 114 ดอลลาร์

ข้อมูล ณ เช้าวันที่ 26 ตุลาคม 2026 (เวลาเอเชีย) รวบรวมจากรายงานตลาด บทความนี้เพื่อให้ข้อมูลเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน

หลังจากสัปดาห์ที่วอลล์สตรีทผันผวนจากราคาน้ำมันและอัตราผลตอบแทนพันธบัตร ตลาดก้าวเข้าสู่สัปดาห์ที่กองทุนจำนวนมากมองว่าเป็นบททดสอบสำคัญที่สุดของไตรมาส นั่นคือ ไมโครซอฟท์ อัลฟาเบท (เจ้าของกูเกิล) และอเมซอน ยักษ์ใหญ่เทคโนโลยีสหรัฐฯ สามรายกำลังจะประกาศผลประกอบการ ในช่วงเดียวกับที่เฟดประชุม ขณะเดียวกันตลาดเอเชียเปิดสัปดาห์ด้วยท่าทีระมัดระวัง โดยเกาหลีใต้และญี่ปุ่นเป็นจุดจับตา

ภาพตลาดวันที่ 26 ต.ค.: เอเชียระวังตัว

  • ดัชนี Kospi (เกาหลีใต้) ลดลงราว 1.1% และตั้งแต่ต้นเดือนร่วงไปเกือบ 20% เป็นการลดลงรายเดือนที่รุนแรงที่สุดในรอบหลายปี
  • นิกเคอิ 225 (ญี่ปุ่น) ลดลงอีก 0.3–0.5% หลังปรับลง 4.0% ในสัปดาห์ก่อน
  • หุ้นบลูชิปจีน ลดลงราว 1.0% ต่อเนื่องเป็นสัปดาห์ที่ 11 ติดต่อกัน
  • ASX 200 (ออสเตรเลีย) เพิ่มขึ้น 0.2% มาที่ 8,810 จุด นำโดยกลุ่มเหมืองและพลังงาน ขณะที่ตลาดให้น้ำหนักมากกว่า 60% ที่ RBA จะขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมวันที่ 3 พ.ย.

ก่อนหน้านั้น ในวันศุกร์ที่ 23 ต.ค. วอลล์สตรีทปิดโดย S&P 500 ลดลง 0.5% ดาวโจนส์ลดลง 1.2% และแนสแด็กลดลง 0.2% ฟิวเจอร์สสหรัฐฯ ต้นสัปดาห์ทรงตัว โดย S&P 500 เพิ่มขึ้นเล็กน้อยราว 0.1%

ทำไมสัปดาห์นี้สำคัญต่อเรื่องเล่า AI

ฤดูกาลประกาศงบไตรมาส 3 เริ่มปรากฏรอยร้าว Meta สร้างแรงกดดันด้วยแผนลงทุนมหาศาล และหุ้นเซมิคอนดักเตอร์ถูกเทขายหนักช่วงปลายสัปดาห์ก่อน คำถามของตลาดไม่ใช่ "AI เติบโตหรือไม่" อีกต่อไป แต่คือ "การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานจำนวนมหาศาลสร้างรายได้ได้เร็วพอหรือไม่" ซึ่งรายงานทั้งสามฉบับจะตอบคำถามนี้ได้เป็นส่วนใหญ่

บริษัทรายได้ที่คาดEPS ปรับปรุงที่คาด
ไมโครซอฟท์ราว 90.6 พันล้านดอลลาร์ราว 4.73 ดอลลาร์
อัลฟาเบทราว 128 พันล้านดอลลาร์ราว 3.00 ดอลลาร์
อเมซอนราว 202 พันล้านดอลลาร์ราว 1.97 ดอลลาร์

ตามรายงานตลาด อัลฟาเบทและไมโครซอฟท์จะประกาศผลกลางสัปดาห์ ตามด้วยอเมซอน และบริษัทใน S&P 500 ราวหนึ่งในสามรายงานผลภายในสัปดาห์นี้ ผลงานของอินเทลและ Sandisk อาจส่งผลต่อกลุ่ม AI/เซมิคอนดักเตอร์ ส่วน SK Hynix และ Samsung Electronics (ประกาศในสัปดาห์นี้) เป็นบททดสอบโดยตรงของตลาดเกาหลีที่ร่วงลงแรง

ภาพมหภาคที่ทำให้ "ดีกว่าคาด" โน้มน้าวได้ยากขึ้น

Brent ซื้อขายราว 114–115 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล (WTI ราว 101 ดอลลาร์) หลังพุ่ง 6.2% ในสัปดาห์ก่อน ซึ่งเป็นราคาปิดรายสัปดาห์สูงสุดนับตั้งแต่กลางปี 2022 ผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐ 10 ปีอยู่ราว 4.97% ต่ำกว่าจุดสูงสุด 5.36% ต้นเดือน แต่ยังสูงมาก ตลาดคาดว่าเฟดจะคงดอกเบี้ยในเดือนตุลาคม แต่ให้น้ำหนักราว 78–80% ว่าจะขึ้นดอกเบี้ยในเดือนธันวาคม โกลด์แมน แซคส์ก็มองเช่นเดียวกัน ทองคำอยู่ราว 4,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หลังร่วงกว่า 4% ในสัปดาห์ก่อน

ในสภาพแวดล้อมดอกเบี้ยสูง หุ้นเติบโตซึ่งประเมินมูลค่าจากกระแสเงินสดในอนาคตมีความอ่อนไหวต่อผลตอบแทนพันธบัตรมาก ผลประกอบการที่ "เป็นไปตามคาด" แต่มาพร้อมการเพิ่มแนวโน้มเงินลงทุนอาจถูกเทขาย ส่วนการเติบโตของธุรกิจคลาวด์หรือโฆษณาจะเป็นปัจจัยหนุน

สิ่งที่ควรติดตาม

  • การเติบโตของคลาวด์ (Azure, Google Cloud, AWS) และมูลค่าคำสั่งซื้อที่รอส่งมอบ
  • แนวโน้มรายจ่ายลงทุนปี 2027 เพิ่มขึ้นหรือคงที่ และแรงกดดันต่อมาร์จิ้น
  • ท่าทีของเฟด ในการประชุมสัปดาห์นี้ และตัวเลข PCE พื้นฐานเดือนกันยายน (คาดราว 3.1%)
  • เกาหลีใต้และญี่ปุ่น: ผลงาน SK Hynix, Samsung และการตัดสินใจของ BoJ ช่วงปลายสัปดาห์
  • น้ำมันและผลตอบแทน 10 ปี: หาก Brent ขึ้นต่อ แรงกดดันต่อมูลค่าหุ้นเทคโนโลยีจะเพิ่มขึ้น

บทสรุป

สัปดาห์นี้เป็นบททดสอบสองชั้น บริษัทต้องพิสูจน์ว่า AI สร้างรายได้สมกับเงินที่ลงไป ส่วนตลาดต้องรับมือกับเฟดที่อาจขึ้นดอกเบี้ยในเดือนธันวาคมและน้ำมันเหนือ 100 ดอลลาร์ ผลลัพธ์อาจชี้ว่าการปรับฐานของหุ้นเทคโนโลยีและเซมิคอนดักเตอร์เอเชียเป็นเพียงการสั่นไหวชั่วคราว หรือเป็นจุดเริ่มของวัฏจักรการประเมินมูลค่าใหม่ ตัวเลขข้างต้นมาจากรายงานตลาดวันที่ 25–26 ตุลาคม 2026 และอาจมีการปรับปรุง

ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: เนื้อหานี้จัดทำเพื่อให้ข้อมูลและการวิเคราะห์เท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำด้านการลงทุน การเงิน หรือกฎหมาย โปรดศึกษาด้วยตนเองและพิจารณาระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ก่อนตัดสินใจ