ข่าว › ตลาดหุ้นเวียดนาม

Bamboo Capital (BCG) และ Tracodi (TCD) ออกจากตลาด HOSE: กว่า 1.2 พันล้านหุ้นถูกเพิกถอนภาคบังคับ — จุดจบของ "อาณาจักรพันล้านดอลลาร์"

เผยแพร่: 16 กรกฎาคม 2026 • อ่านราว 9 นาที • หมวด: ตลาดหุ้นเวียดนาม

ตั้งแต่วันที่ 15 กรกฎาคม 2026 หุ้น BCG ของบริษัท Bamboo Capital Group กว่า 880 ล้านหุ้น และหุ้น TCD ของบริษัท Tracodi Construction Group กว่า 335 ล้านหุ้น ถูกเพิกถอนออกจากตลาดหลักทรัพย์นครโฮจิมินห์ (HOSE) อย่างเป็นทางการภาคบังคับ รวมกว่า 1.2 พันล้านหุ้น — เทียบเท่าทุนจดทะเบียนของทั้งกลุ่มบริษัทที่ครั้งหนึ่งเคยถูกเรียกว่า "อาณาจักรพันล้านดอลลาร์" — ต้องอำลากระดานท่ามกลางช่วงที่ดัชนี VN-Index กำลังเผชิญแรงปรับฐานอย่างหนัก นี่ไม่ใช่แรงกระแทกที่มาโดยไม่ทันตั้งตัว แต่เป็นบทสรุปที่แทบจะหลีกเลี่ยงไม่ได้ของวิกฤตที่ลากยาวมากว่าหนึ่งปี

เกิดอะไรขึ้น?

HOSE ได้ออกคำสั่งเพิกถอนหุ้นภาคบังคับสำหรับหุ้น BCG ของ Bamboo Capital และหุ้น TCD ของ Tracodi โดยมีผลบังคับใช้ในวันที่ 15 กรกฎาคม 2026 กล่าวคือ หุ้น BCG กว่า 880 ล้านหุ้น และหุ้น TCD กว่า 335 ล้านหุ้น ถูกถอดชื่อออกจากกระดานซื้อขายของ HOSE

อันที่จริง หุ้นทั้งสองตัวนี้ถูกพักการซื้อขายมาก่อนหน้านี้แล้ว โดยวันซื้อขายสุดท้ายบน HOSE คือวันที่ 9 ตุลาคม 2025 นั่นหมายความว่าตลอดกว่า 9 เดือนที่ผ่านมา ผู้ถือหุ้น BCG และ TCD ไม่สามารถซื้อขายบนกระดานจดทะเบียนได้ — คำสั่งเพิกถอนครั้งนี้เป็นเพียงการรับรองอย่างเป็นทางการต่อสภาพความจริงที่ค้างคามานาน

ทำไมจึงถูกเพิกถอน?

สำหรับ Bamboo Capital (BCG) สาเหตุมาจากการที่บริษัทละเมิดหน้าที่การเปิดเผยข้อมูลอย่างร้ายแรง บริษัทไม่ได้นำส่งและเปิดเผยงบการเงินหลายฉบับตามข้อกำหนด รวมถึงงบการเงินที่ผ่านการตรวจสอบของปี 2024 และ 2025 งบการเงินครึ่งปีแรก 2025 ที่ผ่านการสอบทาน งบการเงินรายไตรมาสของปี 2025 และงบการเงินไตรมาส 1/2026 (ทั้งงบเฉพาะกิจการและงบรวม) ตามกฎเกณฑ์ปัจจุบัน การล่าช้าในการนำส่งงบการเงินที่ผ่านการตรวจสอบเป็นเวลานาน เป็นหนึ่งในเหตุผลที่ HOSE ใช้เพิกถอนหุ้นภาคบังคับ

สำหรับ Tracodi (TCD) สถานการณ์แตกต่างออกไปเล็กน้อย บริษัทนี้ได้เปิดเผยงบการเงินที่ผ่านการตรวจสอบของปี 2024 และ 2025 แล้ว แต่ผู้สอบบัญชีคือบริษัท A&C Audit and Consulting ปฏิเสธที่จะแสดงความเห็น ต่องบดังกล่าว ความเห็น "ปฏิเสธการแสดงความเห็น" หมายความว่าผู้สอบบัญชีไม่สามารถหาหลักฐานเพียงพอที่จะยืนยันว่างบการเงินถูกต้องและสมเหตุสมผลหรือไม่ — เป็นสัญญาณเชิงลบอย่างยิ่งต่อความโปร่งใสของตัวเลข และเป็นเหตุให้ถูกเพิกถอนเช่นกัน

กล่าวอีกนัยหนึ่ง ฝ่ายหนึ่ง "เงียบ" ไม่ยอมเปิดเผย อีกฝ่ายเปิดเผยแต่ตัวเลขไม่ได้รับการรับรองจากผู้สอบบัญชี ทั้งสองเส้นทางนำไปสู่ปลายทางเดียวกัน: ออกจากกระดาน

รากเหง้าวิกฤต: จาก "เจ้าพ่อ" ในอดีตสู่บัลลังก์จำเลย

เพื่อจะเข้าใจว่าเหตุใดกลุ่มบริษัทที่จดทะเบียนมาราว 11 ปีจึงล่มสลายเร็วเช่นนี้ ต้องย้อนกลับไปดูจุดเปลี่ยนช่วงต้นปี 2025 ในช่วงต้นเดือนมีนาคม 2025 ข่าวการดำเนินคดีอาญาต่ออดีตประธานกรรมการ Bamboo Capital นายเหงียน โห นาม (Nguyễn Hồ Nam) สร้างความสั่นสะเทือนต่อตลาด นายนามพร้อมด้วยผู้บริหารและอดีตผู้บริหารหลายรายในอาณาจักรนี้ถูกดำเนินคดีในคดี "ฉ้อโกงยักยอกทรัพย์" — มีผู้ต้องหารวมทั้งสิ้น 15 ราย ทันทีที่ข่าวนี้ออกมา กลุ่มหุ้น "ตระกูล" Bamboo Capital ก็ถูกเทขายอย่างรุนแรง

แรงกระแทกทางกฎหมายลุกลามกลายเป็นวิกฤตธรรมาภิบาลเต็มรูปแบบ ในปีนั้น Bamboo Capital ต้องเปลี่ยนกรรมการผู้จัดการใหญ่ถึง 4 คน ตำแหน่งประธานกรรมการก็เปลี่ยนมือ ความปั่นป่วนด้านบุคลากรทั้งที่บริษัทแม่และหน่วยงานสมาชิกส่งผลกระทบอย่างหนักต่อความต่อเนื่องและความสอดคล้องในการบริหาร แผนระยะยาวถูกเลื่อน โครงการใหม่ถูกชะลอ การจัดสรรทรัพยากรติดขัด และท่ามกลางความโกลาหลนี้เอง ระบบบัญชี–ตรวจสอบของกลุ่มแทบเป็นอัมพาต จนไม่สามารถจัดทำและเปิดเผยงบการเงินได้ตามกำหนด

ด้านการเงินก็ไม่สดใสเช่นกัน ณ ปี 2024 ยอดหนี้เงินกู้ทางการเงินของกลุ่มอยู่ที่กว่า 11,580 พันล้านดอง หลังเกิดเหตุ ผู้บริหารชุดใหม่ถึงกับคาดการณ์ว่าภาวะขาดทุนอาจลากยาวไปจนถึงปี 2027 — เป็นการยอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่าเส้นทางฟื้นตัวจะยาวไกล

ผู้ที่ถือหุ้น BCG และ TCD อยู่จะเป็นอย่างไรต่อไป?

นี่คือคำถามที่ปวดหัวที่สุดสำหรับผู้ถือหุ้นหลายหมื่นราย การเพิกถอนภาคบังคับไม่ได้หมายความว่าหุ้นกลายเป็นเศษกระดาษหรือบริษัทยุติการดำเนินงาน — ทาง Bamboo Capital เองก็ยืนยันว่า "การเพิกถอนไม่ได้หมายความว่าบริษัทยุติกิจการ" ตามธรรมเนียมและกฎเกณฑ์ หุ้นที่ถูกเพิกถอนภาคบังคับจาก HOSE มักถูกโอนไปซื้อขายในตลาด UPCoM เพื่อให้ผู้ลงทุนยังมีโอกาสขายออก

อย่างไรก็ตาม ความเป็นจริงมักโหดร้ายกว่าที่คาด หุ้นที่ถูกเพิกถอนเพราะละเมิดการเปิดเผยข้อมูลมักถูกจำกัดการซื้อขาย (ซื้อขายได้เพียงบางวันในสัปดาห์) สภาพคล่องหดหาย และราคามักดิ่งลงจากจิตวิทยา "ขายทุกราคา" สำหรับหุ้นที่ "แช่แข็ง" มาตั้งแต่เดือนตุลาคม 2025 การกลับมาซื้อขายบน UPCoM มีแนวโน้มมาพร้อมแรงเทขายมหาศาล ผู้ถือหุ้นควรติดตามประกาศทางการจากบริษัทและตลาดหลักทรัพย์เกี่ยวกับแนวทางการขึ้นทะเบียนซื้อขายบน UPCoM ตลอดจนความคืบหน้าในการแก้ไขการเปิดเผยข้อมูลอย่างใกล้ชิด — เพราะหุ้นจะมีโอกาสถูก "ปลดล็อก" ทีละน้อยได้ก็ต่อเมื่อตัวเลขกลับมาโปร่งใส

ในส่วนของบริษัท Bamboo Capital ระบุว่าได้และกำลังดำเนินมาตรการหลายอย่างเพื่อแก้ไขปัญหาค้างคา รวมถึงการพิจารณาโอนบางโครงการ ตรวจสอบภาระหนี้ และเจรจากับฝ่ายที่เกี่ยวข้องเพื่อจัดการภาระทางการเงิน ทั้งหมดนี้เป็นก้าวที่จำเป็น แต่ผลลัพธ์ที่แท้จริงยังต้องรอเวลาพิสูจน์

บทเรียนและบริบทของตลาด

กรณี BCG–TCD เป็นเครื่องเตือนใจที่เย็นชาถึงความเสี่ยงประเภทหนึ่งที่นักลงทุนรายย่อยชาวเวียดนามมักมองข้าม นั่นคือ ความเสี่ยงด้านธรรมาภิบาลและความโปร่งใส บริษัทหนึ่งอาจมีที่ดินทำเลดี มีพอร์ตโครงการพลังงานหมุนเวียน อสังหาริมทรัพย์ และโครงสร้างพื้นฐานที่ยิ่งใหญ่ แต่หากระบบธรรมาภิบาลพังทลายและตัวเลขทางการเงินตรวจสอบไม่ได้ มูลค่าหุ้นก็อาจระเหยหายไปอย่างรวดเร็ว การที่ผู้สอบบัญชี "ปฏิเสธการแสดงความเห็น" หรือบริษัทล่าช้าในการส่งงบการเงินเป็นเวลานาน คือ "ธงแดง" ที่นักลงทุนควรให้ความสำคัญเสมอ แทนที่จะฝากความหวังไว้กับเรื่องเล่าการฟื้นตัวอย่างปาฏิหาริย์

ที่น่าสังเกตคือ การเพิกถอน BCG และ TCD เกิดขึ้นพอดีในช่วงที่ตลาดโดยรวมกำลังตึงเครียด ปิดตลาดวันที่ 15 กรกฎาคม 2026 ดัชนี VN-Index ลดลง 1.36% มาอยู่ที่ 1,782.12 จุด ทดสอบบริเวณจุดต่ำเดิม 1,770–1,810 จุดของเดือนมิถุนายนอีกครั้ง ท่ามกลางสภาพคล่องที่อ่อนแอและนักลงทุนต่างชาติที่ยังขายสุทธิต่อเนื่อง ในภาพที่กว้างกว่านั้น การที่ HOSE เดินหน้า "ชำระล้าง" รายชื่อหุ้นจดทะเบียนอย่างเด็ดขาด — คัดหุ้นที่ละเมิดร้ายแรงออก — ก็เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการยกระดับมาตรฐานธรรมาภิบาล สอดคล้องกับความคาดหวังที่ตลาดเวียดนามจะได้รับการปรับสถานะขึ้นสู่กลุ่มตลาดเกิดใหม่โดย FTSE Russell (คาดว่ามีผล 21 กันยายน 2026) ตลาดที่ต้องการได้รับความไว้วางใจจากเงินทุนต่างชาติ ย่อมต้องเข้มงวดทั้งวินัยการเปิดเผยข้อมูลและคุณภาพของบริษัทจดทะเบียน

บทสรุป

การจากไปของ BCG และ TCD ปิดฉากเส้นทางกว่าหนึ่งทศวรรษของชื่อที่ครั้งหนึ่งเคยถูกยกให้เป็นสัญลักษณ์แห่งความทะเยอทะยานหลากธุรกิจ สำหรับนักลงทุน นี่คือบทเรียนราคาแพงเรื่องการฝากความไว้วางใจกับบริษัทที่รากฐานด้านธรรมาภิบาลและความโปร่งใสทางการเงินยังไม่มั่นคง สำหรับตลาด นี่คือการชำระล้างที่จำเป็นแม้จะเจ็บปวด บนเส้นทางสู่มาตรฐานก่อนการปรับสถานะ เรื่องราวของ Bamboo Capital อาจยังไม่จบเสียทีเดียว — บริษัทยังอาจปรับโครงสร้างและอยู่รอดต่อไป — แต่ "บทของการจดทะเบียน" บน HOSE ได้ปิดลงอย่างเป็นทางการแล้ว


⚠️ ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ข้อมูลและใช้อ้างอิงเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน นักลงทุนควรศึกษาข้อมูลอย่างรอบคอบและพิจารณาความเสี่ยงก่อนตัดสินใจ ข้อมูลปรับปรุงถึงวันที่ 16 กรกฎาคม 2026

แหล่งอ้างอิง: ตลาดหลักทรัพย์นครโฮจิมินห์ (HOSE); Vietstock; Tin nhanh Chứng khoán; Mekong Asean; Znews; Dân trí; VietnamNet